ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวนหนัก หลังบอนด์ยีลด์ 30 ปี พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 20 ปี
นักลงทุนกังวลแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องและราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น
สรุปข่าว
ดัชนีล่วงหน้าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงนำโดย Nasdaq-100 ที่ร่วงลง 1% ตามด้วย S&P 500 ที่ลดลง 0.6% และ Dow Jones ที่ปรับตัวลง 0.4% แรงกดดันหลักมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ที่พุ่งแตะระดับ 5.44% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่าสองทศวรรษ
ตลาดกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนตุลาคม โดยข้อมูลจาก CME FedWatch ชี้ว่าโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 75% จากเดิมที่เคยอยู่ที่ 49% ในสัปดาห์ก่อนหน้า นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบ WTI ยังปรับตัวขึ้น 1.5% มาอยู่ที่ 93.57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อให้กับนักลงทุน
มุมมองนักวิเคราะห์และปัจจัยกดดัน
นักกลยุทธ์จาก BMO Capital Markets ระบุว่าข้อมูลดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) สะท้อนกิจกรรมทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งเปิดช่องให้ผู้กำหนดนโยบายสามารถคงระดับอัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนพันธบัตรไว้ในระดับสูงได้
ในขณะที่ UBS Global Wealth Management มองว่าแม้จะมีความเสี่ยงจากราคาพลังงาน แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในภาพรวม อย่างไรก็ตาม ตลาดจะยังคงเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ หนี้สาธารณะ และความยั่งยืนของการลงทุนใน AI
ผลกระทบ เชิงลบ
การพุ่งขึ้นของบอนด์ยีลด์และราคาน้ำมันเป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้น เนื่องจากเพิ่มต้นทุนทางการเงินและสร้างความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งอาจบีบให้ Fed ต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่คาด
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน