นักเศรษฐศาสตร์เตือน AI อาจฉุดเศรษฐกิจหาก Big Tech ไม่สามารถทำกำไรได้ตามเป้า
การลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จำเป็นต้องสร้างกระแสเงินสดให้เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าภายในปี 2030 เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาด
สรุปข่าว
บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ 4 แห่ง ได้แก่ Alphabet, Amazon, Meta และ Microsoft ถูกคาดการณ์ว่าจะใช้จ่ายเงินลงทุน (Capex) รวมกันสูงถึง 8 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2026 ซึ่งเพิ่มขึ้น 10 เท่าจากปี 2019 โดยการลงทุนนี้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ถึง 1 ใน 5 ของการเติบโตในปีนี้
Torsten Sløk หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Apollo Global Management เตือนว่าหากบริษัทเหล่านี้ไม่สามารถเพิ่มกระแสเงินสดจากการดำเนินงานจาก 6 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2025 เป็น 2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2030 ได้ จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในกลุ่ม AI และอาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลง
ความเสี่ยงต่อตลาดหุ้น
ปัจจุบันบริษัทเทคโนโลยีเริ่มหันไปพึ่งพาตลาดตราสารหนี้มากขึ้นเพื่อระดมทุนมาใช้จ่ายในโครงการ AI เนื่องจากกระแสเงินสดอิสระเริ่มตึงตัว โดย Alphabet เพิ่งรายงานกระแสเงินสดอิสระติดลบเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าตลาดหุ้น
หากการลงทุนใน AI ไม่สร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าตามที่ตลาดคาดหวัง อาจนำไปสู่การปรับลดแผนการลงทุนและส่งผลกระทบต่อดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ที่พึ่งพาการเติบโตจากกลุ่ม AI เป็นหลัก
ผลกระทบ เชิงลบ
การพึ่งพาหนี้สินเพื่อลงทุนใน AI ท่ามกลางกระแสเงินสดที่ลดลงสร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของบริษัทเทคโนโลยีและภาพรวมเศรษฐกิจหากผลตอบแทนไม่เป็นไปตามเป้า
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน