ราคาน้ำมันโลกย่อตัว หลังซาอุฯ กู้คืนท่อส่งน้ำมันและลุ้นเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน
ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับลดลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังซาอุดีอาระเบียกลับมาเดินเครื่องท่อส่งน้ำมันหลักและมีความหวังในการเจรจายุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงในวันพุธ โดย Brent ซื้อขายอยู่ที่ 99.18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI อยู่ที่ 90.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปัจจัยกดดันหลักมาจากการที่ซาอุดีอาระเบียกลับมาเปิดใช้งานท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline อีกครั้ง หลังถูกโจมตีด้วยโดรนเมื่อวันที่ 11 กันยายน
นอกจากนี้ ตลาดยังตอบรับเชิงบวกต่อสัญญาณการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่สหประชาชาติ ซึ่งสร้างความหวังว่าจะช่วยคลี่คลายความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานกว่า 7 เดือน ส่งผลให้ความกังวลด้านอุปทานน้ำมันโลกผ่อนคลายลงจากช่วงก่อนหน้า
ปัจจัยกดดันอุปทานและสต็อกน้ำมัน
นอกเหนือจากการกลับมาเดินเครื่องท่อส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบียแล้ว อิรักยังประกาศเพิ่มปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบ โดยคาดว่าจะส่งออกผ่านตุรกีได้มากกว่า 600,000 บาร์เรลต่อวัน
ในขณะเดียวกัน ข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรมสหรัฐฯ ระบุว่าสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 18 กันยายน สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาเพิ่มเติมในระยะสั้น
ผลกระทบ เชิงลบ
ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงส่งผลลบต่อรายได้ของบริษัทพลังงานและกลุ่มสำรวจผลิตน้ำมันโดยตรง เนื่องจากกำไรของบริษัทเหล่านี้แปรผันตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
สิ่งที่ต้องติดตาม
- รายงานสต็อกน้ำมันดิบจาก EIA
- ความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน