หุ้นรถยนต์ไร้คนขับกดดัน Uber และ Lyft ดิ่งหนัก หลังการแข่งขันเดือด
ธุรกิจเรียกรถรับส่งเผชิญแรงกดดันหนักในปี 2026 เมื่อคู่แข่งด้านรถยนต์ไร้คนขับเริ่มขยายบริการจริง ขณะที่ Uber และ Lyft อยู่ระหว่างพัฒนาพาร์ทเนอร์และคาดว่าจะเริ่มขยายบริการในปี 2028
สรุปข่าว
หุ้นของ Uber และ Lyft ปรับตัวลดลง 13% และ 20% ตามลำดับท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดจากบริการรถยนต์ไร้คนขับ (Autonomous Vehicles) ของผู้เล่นรายใหญ่ เช่น Waymo ของ Google, Tesla และ Zoox ของ Amazon ที่เริ่มนำรถออกให้บริการจริงแล้ว Bank of America ระบุว่าค่ายรถไร้คนขับเหล่านี้มีเวลา 18-24 เดือนในการสร้างปริมาณรถบนท้องถนนก่อนที่คู่แข่งรายเดิมจะตามทัน โดยคาดว่ากองยานพาหนะไร้คนขับจะเติบโตจากประมาณ 4,500 คันในปัจจุบันสู่ระดับ 118,000 คันภายในปี 2029
แม้ปัจจุบัน Uber และ Lyft จะตามหลังในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว แต่ทั้งสองค่ายกำลังเร่งปรับตัวและสร้างเครือข่ายพันธมิตร โดย Lyft กำลังทดลองให้บริการโรโบแท็กซี่ในเมืองแนชวิลล์และร่วมมือกับ Waymo ในขณะที่ Uber มีแผนจับมือกับพันธมิตรหลายราย เช่น Nvidia, Lucid และ Rivian เพื่อเตรียมความพร้อมนำรถไร้คนขับเข้าสู่แพลตฟอร์มจำนวน 120,000 คันในอนาคต
รายละเอียดกองยานไร้คนขับ
จากการประเมินของนักวิเคราะห์ ปัจจุบัน Waymo มีรถให้บริการในสหรัฐฯ ประมาณ 4,000 คัน Tesla มีรถไร้คนขับ 420 คันอ้างอิงจากข้อมูลการจดทะเบียนในรัฐเท็กซัส และ Zoox มีรถราว 50 คันที่ให้บริการในลาสเวกัส ทั้งนี้คาดว่าการแข่งขันจะเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงสามปีข้างหน้า และอาจสร้างยอดการจองบริการสูงถึง 6,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2028 หรือคิดเป็น 5% ของตลาดรวม
ผลกระทบ เชิงลบ
ราคาหุ้นของ Uber และ Lyft ปรับตัวลดลงจากความกังวลว่าบริการรถยนต์ไร้คนขับของคู่แข่งจะแย่งส่วนแบ่งตลาดในอนาคตอันใกล้
สิ่งที่ต้องติดตาม
- การขยายบริการรถยนต์ไร้คนขับของ Waymo และ Tesla
- ความคืบหน้าการทดลองใช้โรโบแท็กซี่ของ Lyft
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน