Nvidia เผยต้นทุนหน่วยความจำพุ่งสูง เตรียมปรับขึ้นราคาชิปต่อเนื่องถึงปีหน้า
Nvidia ยอมรับต้นทุน DRAM และหน่วยความจำที่ใช้ในเซิร์ฟเวอร์ AI สูงเกินคาด พร้อมส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าเพื่อรักษาอัตรากำไร
สรุปข่าว
Nvidia เปิดเผยว่าบริษัทกำลังเผชิญกับภาวะต้นทุนหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท โดย CFO ของ Nvidia ระบุว่าบริษัทได้เริ่มปรับขึ้นราคาขายชิปเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแล้ว และคาดว่าราคาจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า
ความต้องการหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นเป็นผลโดยตรงจากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่ง Nvidia เองก็เป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดในตลาดนี้ การปรับราคาดังกล่าวถือเป็นการส่งผ่านภาระต้นทุนไปยังลูกค้าเพื่อรักษาเสถียรภาพของกำไรในระยะยาว
ผลกระทบต่ออัตรากำไร
Nvidia คาดการณ์ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 71% ถึง 72% ในไตรมาสที่ 4 ก่อนที่จะเริ่มฟื้นตัวกลับสู่ระดับ 72% ถึง 73% ในปีงบประมาณ 2028 เมื่อการปรับขึ้นราคาชิปเริ่มเห็นผลชัดเจน
บริษัทระบุว่าการขาดแคลนหน่วยความจำไม่ได้เป็นเพียงปัญหาด้านต้นทุน แต่เป็นอาการสะท้อนของความต้องการ AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งบริษัทได้ทำสัญญาจองกำลังการผลิตล่วงหน้าไว้แล้วกว่า 2.79 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีชิ้นส่วนเพียงพอสำหรับแผนการผลิตในอนาคต
ผลกระทบ เชิงลบ
การปรับขึ้นราคาชิปอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนของผู้ใช้งาน AI และอาจกดดันอัตรากำไรของ Nvidia ในระยะสั้น แม้บริษัทจะพยายามบริหารจัดการด้วยการปรับราคาขายแล้วก็ตาม
สิ่งที่ต้องติดตาม
- อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสถัดไป
- แนวโน้มราคาหน่วยความจำในตลาด
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน