วิกฤตดีเซลโลกพุ่งกระทบต้นทุนขนส่งและเงินเฟ้อรุนแรง
ราคาดีเซลพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากปัญหาอุปทานตึงตัวทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและขนส่งในอังกฤษและกดดันเงินเฟ้อให้เร่งตัวขึ้น
สรุปข่าว
ราคาดีเซลในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นกว่า 115% นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งในอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ราคาขายส่งในยุโรปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,617 ดอลลาร์ต่อเมตริกตัน
วิกฤตครั้งนี้เกิดจากการปิดเส้นทางขนส่งสำคัญ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ การปิดท่อส่งน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย และการแบนการส่งออกดีเซลของรัสเซีย ซึ่งทำให้ปริมาณดีเซลในตลาดโลกหายไปถึง 1 ใน 5
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาคธุรกิจ
ดีเซลถือเป็นเชื้อเพลิงหลักของภาคอุตสาหกรรม ขนส่ง และเกษตรกรรม ทำให้ธุรกิจไม่สามารถหลีกเลี่ยงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ โดยบริษัทผู้ผลิตขนาดเล็กในอังกฤษระบุว่าต้องแบกรับต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้นจนต้องผลักภาระให้ผู้บริโภค
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาดีเซลจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อของอังกฤษพุ่งสูงขึ้นจาก 3.1% ในเดือนสิงหาคม ไปสู่ 4.3% ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า โดยภาคธุรกิจขนส่งกำลังเผชิญความเสี่ยงจากการล้มละลายเพิ่มขึ้น
ความเสี่ยงจากนโยบายสหรัฐฯ
สถานการณ์อาจเลวร้ายลงหากสหรัฐฯ ตัดสินใจแบนการส่งออกดีเซลเพื่อแก้ปัญหาภายในประเทศก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งนักวิเคราะห์เตือนว่าจะทำให้ราคาดีเซลในตลาดโลกพุ่งสูงถึง 300 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจุบันอังกฤษมีความเปราะบางสูงเนื่องจากมีกำลังการกลั่นน้ำมันภายในประเทศลดลงอย่างมาก ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าดีเซลสูงถึง 54% ของการบริโภคทั้งหมดเมื่อปีที่ผ่านมา
ผลกระทบ เชิงลบ
ต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลลบโดยตรงต่อกำไรของบริษัทในภาคการผลิตและขนส่ง รวมถึงเป็นปัจจัยกดดันเงินเฟ้อที่อาจบีบให้ธนาคารกลางต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน