เนปาลเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจหลังสหรัฐฯ ตัดงบช่วยเหลือ 329 ล้านดอลลาร์
การตัดงบ USAID กระทบโครงการพัฒนาในเนปาลกว่า 3 หมื่นตำแหน่ง แต่ภาคเอกชนและกลุ่มคนรุ่นใหม่กำลังเร่งสร้างโอกาสผ่านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด
สรุปข่าว
เนปาลกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่หลังจาก Department of Government Efficiency ของสหรัฐฯ ตัดงบช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมูลค่า 329 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงการการศึกษาและสร้างงานกว่า 30,000 ตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนในเนปาลได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแทนที่เงินช่วยเหลือ โดยมุ่งเน้นไปที่การขยายตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด เพื่อดึงดูดการลงทุนจากบริษัทต่างชาติและรักษาแรงงานคนรุ่นใหม่ไว้ในประเทศ
โอกาสจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
เนปาลกำลังถูกผลักดันให้เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีแห่งใหม่หรือ Silicon Peaks โดยมีบริษัทสหรัฐฯ หลายแห่งเริ่มเข้ามาตั้งฐานการดำเนินงาน เนื่องจากมีแรงงานรุ่นใหม่ที่เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษและมีความกระตือรือร้นสูง
ในปี 2025 เนปาลสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ไอทีได้ถึง 1 พันล้านดอลลาร์ และรัฐบาลตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้ถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์ภายใน 10 ปีข้างหน้า เพื่อสร้างงานและลดการไหลออกของแรงงานที่ย้ายไปทำงานต่างประเทศวันละกว่า 1,500 คน
ความท้าทายและบทบาทรัฐบาลใหม่
รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี Balen Shah กำลังเผชิญบททดสอบสำคัญจากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในเดือนสิงหาคมที่สร้างความเสียหายกว่า 2.56 พันล้านดอลลาร์ และมีผู้เสียชีวิตกว่า 1,300 คน
รัฐบาลชุดใหม่ที่ประกอบด้วยคนรุ่นใหม่กำลังพยายามปฏิรูปเศรษฐกิจและดึงดูดภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น รวมถึงการรับความช่วยเหลือจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง NVIDIA เพื่อฟื้นฟูประเทศและสร้างเสถียรภาพในระยะยาว
ผลกระทบ เป็นกลาง
การตัดงบช่วยเหลือเป็นผลลบในระยะสั้นต่อเสถียรภาพทางการคลัง แต่การปรับตัวสู่เศรษฐกิจภาคเอกชนและเทคโนโลยีเป็นสัญญาณบวกในระยะยาวหากทำได้สำเร็จ
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน