จับตาสหรัฐฯ จ่อแบนส่งออกน้ำมัน หลังราคาน้ำมันดีเซลพุ่งทำสถิติสูงสุด
ราคาน้ำมันดิบใกล้แตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กดดันรัฐบาลสหรัฐฯ พิจารณามาตรการห้ามส่งออกเชื้อเพลิงเพื่อลดราคาในประเทศก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงทรงตัวใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีข้อยุติ ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นทำสถิติใหม่ที่ 6.39 ดอลลาร์ต่อแกลลอน
นักวิเคราะห์จาก Nomura Securities ระบุว่าตลาดน้ำมันกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตพลังงานรอบใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม โดยมีความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลสหรัฐฯ อาจประกาศห้ามส่งออกเชื้อเพลิงเพื่อดึงราคาในประเทศลงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งมาตรการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง
ความเสี่ยงจากมาตรการควบคุม
แม้จะมีกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาการแบนส่งออกน้ำมันดีเซล แต่ผู้เชี่ยวชาญจาก Lipow Oil Associates เตือนว่ามาตรการนี้อาจส่งผลย้อนกลับ หากโรงกลั่นไม่สามารถส่งออกส่วนเกินได้ ก็อาจลดกำลังการผลิตลง ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะขาดแคลนน้ำมันเบนซิน น้ำมันเครื่องบิน และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอื่นๆ จนทำให้ราคาหน้าปั๊มพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิม
ในขณะเดียวกัน Yardeni Research ประเมินว่าราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจะกดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวขึ้น และอาจบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องดำเนินวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป แทนที่จะเป็นการปรับขึ้นเพียงครั้งเดียว
ผลกระทบ เชิงลบ
มาตรการห้ามส่งออกน้ำมันอาจสร้างความผันผวนรุนแรงต่อตลาดพลังงานโลกและกดดันให้เกิดภาวะเงินเฟ้อต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลลบต่อภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดหุ้น
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ประกาศมาตรการห้ามส่งออกเชื้อเพลิงจากรัฐบาลสหรัฐฯ
- ราคาน้ำมันดีเซลในสหรัฐฯ
- การประชุมนโยบายการเงินของ Fed
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน