เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4% พร้อมส่งสัญญาณจ่อขึ้นต่อ
คณะกรรมการ FOMC มีมติเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดยเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอีกครั้งภายในปีนี้
สรุปข่าว
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติ 12-0 เสียง ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ส่งผลให้กรอบอัตราดอกเบี้ยขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3.75-4% การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นเพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฟดให้คำมั่นว่าจะดำเนินนโยบายเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคาให้กลับสู่เป้าหมาย 2% ตามที่วางไว้
จากการคาดการณ์ของเจ้าหน้าที่ 18 ราย มีถึง 16 รายที่มองว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้ ขณะที่ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) สำหรับปีนี้ถูกปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.7% และเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) อยู่ที่ 3.4%
มุมมองเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ
เฟดได้ปรับลดคาดการณ์อัตราการว่างงานลงเหลือ 4.1% จากเดิมที่เคยคาดไว้ 4.3% ในเดือนมิถุนายน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานที่ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เฟดสามารถดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไปได้
คณะกรรมการมีความกังวลว่าราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะยาว นอกจากนี้ยังมีการระบุถึงการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ว่าอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในอนาคต
ผลกระทบ เชิงลบ
การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องเป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้น เนื่องจากต้นทุนทางการเงินของบริษัทจดทะเบียนจะสูงขึ้นและลดความน่าสนใจของสินทรัพย์เสี่ยง
สิ่งที่ต้องติดตาม
- การประชุม FOMC ครั้งถัดไป
- ตัวเลขเงินเฟ้อรายเดือน
- รายงานตัวเลขการจ้างงาน
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน