แหล่งแร่ลิเทียม Smackover ความหวังใหม่ลดการพึ่งพาจีน
การค้นพบแหล่งลิเทียมใต้ดินครั้งใหญ่ในสหรัฐฯ ดึงดูดบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานและสตาร์ตอัปให้เร่งพัฒนาเทคโนโลยีสกัดขั้นสูง
สรุปข่าว
ความต้องการลิเทียมทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นกว่า 400% ในทศวรรษนี้และอาจแตะ 4 ล้านตันภายในปี 2035 โดยปัจจุบันสหรัฐฯ ผลิตลิเทียมได้เพียงเล็กน้อยและต้องพึ่งพาการนำเข้าจากจีนเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม การค้นพบปริมาณลิเทียมมหาศาลในชั้นหิน Smackover ระหว่างรัฐอาร์คันซอและเท็กซัส กำลังเปลี่ยนสถานการณ์ดังกล่าว โดยมีบริษัทอย่าง Standard Lithium, EnergyX รวมถึงยักษ์ใหญ่น้ำมันอย่าง ExxonMobil และ Chevron เข้ามาจับจองพื้นที่และเตรียมพัฒนาโครงการสกัดเชิงพาณิชย์
เทคโนโลยีสกัด DLE ทางรอดใหม่
แหล่ง Smackover แตกต่างจากเหมืองทั่วไปเนื่องจากต้องใช้เทคโนโลยีการสกัดลิเทียมโดยตรงหรือ DLE ในการสูบน้ำเกลือใต้ดินขึ้นมาสกัดแร่และฉีดน้ำกลับลงใต้ดินเดิม วิธีการนี้ใช้พื้นที่น้อยกว่าบ่อระเหยทั่วไปถึง 100 เท่าและใช้เวลาเพียงสองวันในการสกัด แม้ว่าเทคโนโลยีนี้จะยังไม่เคยพิสูจน์ผลลัพธ์ในระดับพาณิชย์ขนาดใหญ่ แต่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นแนวทางที่จำเป็นสำหรับโครงการระยะยาว
แผนการพัฒนาและยักษ์ใหญ่พลังงาน
Standard Lithium มีแผนอนุมัติโครงการ South West Arkansas ในช่วงปลายปีนี้และเริ่มก่อสร้างต้นปี 2027 ขณะที่ EnergyX เตรียมสร้างโครงการ Lonestar ด้าน ExxonMobil ได้เข้าซื้อพื้นที่มากกว่า 400,000 เอเคอร์และเตรียมสร้างโครงการนำร่องในปีหน้า ทั้งนี้ โครงการเหล่านี้ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานของจีนลงได้
ผลกระทบ เชิงบวก
เป็นผลดีต่อบริษัทพลังงานและผู้พัฒนาเทคโนโลยีสกัดลิเทียมในสหรัฐฯ เนื่องจากช่วยสร้างแหล่งวัตถุดิบภายในประเทศและลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากจีน
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการ South West Arkansas ของ Standard Lithium ปลายปีนี้
- การเริ่มสร้างโครงการนำร่องของ ExxonMobil ปีหน้า
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน