Palantir เผยรายได้ Q3 โตพุ่ง 96% แต่หุ้นร่วงหลังยอดจองสัญญาใหม่ชะลอตัว
Palantir Technologies รายงานรายได้ไตรมาส 3 ปี 2026 ที่ 2.31 พันล้านดอลลาร์ แต่เผชิญแรงเทขายเนื่องจากมูลค่าสัญญาจองซื้อในสหรัฐฯ เติบโตเพียง 11% ซึ่งต่ำกว่าไตรมาสก่อนหน้าอย่างมาก
สรุปข่าว
Palantir Technologies รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 ที่แข็งแกร่งด้วยรายได้รวม 2.31 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 96% จากปีก่อน โดยรายได้จากภาคธุรกิจในสหรัฐฯ เติบโตถึง 148% เป็น 984 ล้านดอลลาร์ ซึ่งแซงหน้ารายได้จากภาครัฐเป็นครั้งแรก
อย่างไรก็ตาม หุ้นของบริษัทถูกกดดันอย่างหนักเนื่องจากมูลค่าสัญญาจองซื้อรวม (TCV) ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเพียง 11% สู่ระดับ 1.46 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับการเติบโตในไตรมาสก่อนหน้า ทำให้นักลงทุนกังวลว่าการเติบโตแบบก้าวกระโดดของบริษัทอาจเริ่มถึงจุดอิ่มตัว
มุมมองผู้บริหารและแนวโน้ม
ฝ่ายบริหารชี้แจงว่าการชะลอตัวของยอดจองสัญญาใหม่ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ลูกค้าเปลี่ยนไปทำสัญญาที่มีระยะเวลาสั้นลง ซึ่งบริษัทเชื่อว่าจะนำไปสู่การต่อสัญญาและการขยายดีลที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต
แม้จะมีความกังวลเรื่องยอดจอง แต่บริษัทได้ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้รวมทั้งปี 2026 ขึ้นเป็น 8.53 - 8.534 พันล้านดอลลาร์ พร้อมทั้งเพิ่มเป้าหมายรายได้จากภาคธุรกิจในสหรัฐฯ ให้เติบโตอย่างน้อย 143% สะท้อนความมั่นใจในความต้องการใช้แพลตฟอร์ม AI ของบริษัท
สถานะหุ้นและการวิเคราะห์
ปัจจุบันหุ้น PLTR ซื้อขายที่ระดับราคาพรีเมียมด้วยค่า P/E ล่วงหน้าสูงถึง 131.4 เท่า ทำให้ตลาดมีความคาดหวังสูงและตอบสนองเชิงลบต่อตัวเลขที่ต่ำกว่าเป้าหมายเพียงเล็กน้อย
ในมุมมองของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงให้คำแนะนำเชิงบวก โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ 223.86 ดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นอัปไซด์ประมาณ 39% จากราคาปิดล่าสุด
ผลกระทบ เชิงลบ
แม้ผลประกอบการจะเติบโตสูง แต่การชะลอตัวของยอดจองสัญญาใหม่ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักในการเติบโต ทำให้นักลงทุนกังวลเรื่องความยั่งยืนของอัตราการเติบโตในอนาคต ประกอบกับราคาหุ้นที่ซื้อขายบนมูลค่าที่สูงมาก ทำให้เกิดแรงเทขายทำกำไรทันทีที่ตัวเลขไม่เป็นไปตามคาด
สิ่งที่ต้องติดตาม
- การต่อสัญญาและมูลค่าดีลใหม่ในไตรมาสถัดไป
- การรักษาอัตราการเติบโตของรายได้ในสหรัฐฯ
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน