ค่าระวางเรือพุ่งหนุนโรงกลั่นสหรัฐฯ ได้เปรียบต้นทุนเหนือคู่แข่งเอเชีย
ความขัดแย้งในอิหร่านดันค่าระวางเรือขนส่งน้ำมันพุ่งสูง ส่งผลให้โรงกลั่นในสหรัฐฯ ได้ประโยชน์จากส่วนลดราคาน้ำมันดิบหนักที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับคู่แข่งในเอเชีย
สรุปข่าว
ความไม่สงบในช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้ค่าระวางเรือขนส่งน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและเส้นทางเดินเรือที่ยาวขึ้น สถานการณ์นี้ทำให้โรงกลั่นน้ำมันในแถบอ่าวเม็กซิโกของสหรัฐฯ ได้เปรียบด้านต้นทุนอย่างชัดเจน
โรงกลั่นสหรัฐฯ สามารถจัดหาน้ำมันดิบหนักราคาถูกจากแคนาดาและเวเนซุเอลาได้ง่ายกว่า ในขณะที่โรงกลั่นในเอเชียต้องเผชิญกับค่าขนส่งและค่าประกันภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ส่วนต่างกำไรของโรงกลั่นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในไตรมาสที่ 3
ปัจจัยหนุนกำไรโรงกลั่น
ส่วนต่างราคาน้ำมันดิบ WTI และ WCS ที่กว้างขึ้นช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบให้กับโรงกลั่นในสหรัฐฯ โดยผู้บริหารของ Phillips 66 ระบุว่าส่วนต่างที่กว้างขึ้นทุก 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สร้างกำไรเพิ่มขึ้นถึง 140 ล้านดอลลาร์
โรงกลั่นรายใหญ่หลายแห่ง เช่น Valero, Marathon และ Phillips 66 ได้ทำสัญญาเช่าเรือล่วงหน้าไว้ก่อนเกิดความขัดแย้ง ทำให้ได้รับผลกระทบจากค่าระวางที่พุ่งสูงน้อยกว่าคู่แข่ง คาดว่าแนวโน้มส่วนต่างกำไรที่สูงนี้จะยังคงดำเนินต่อไปอย่างน้อยจนถึงกลางปี 2027
ผลกระทบ เชิงบวก
โรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐฯ ได้รับประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบที่ต่ำลงและส่วนต่างกำไรที่กว้างขึ้นจากสถานการณ์ค่าระวางเรือที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการในระยะสั้นถึงกลาง
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน