ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งหนัก หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีนำทีมร่วงแรงสุดรอบหลายปี
ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลงกว่า 4% ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงหนัก 8% สะท้อนความกังวลต่อการลงทุนใน AI และทิศทางตลาดที่คล้ายคลึงกับช่วงวิกฤตในอดีต
สรุปข่าว
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงเทขายอย่างหนักในวันพฤหัสบดี โดยดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลงกว่า 4% และกลุ่มเทคโนโลยีได้รับผลกระทบหนักที่สุดในรอบหลายปี กองทุน XLK ร่วงลง 8% ซึ่งถือเป็นระดับที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020
หุ้นกลุ่ม AI อย่าง NVIDIA และ Broadcom ปรับตัวลงราว 9-10% ส่งผลให้ดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ PHLX ร่วงลงถึง 12% ท่ามกลางความกังวลว่าตลาดอาจเข้าสู่ภาวะหมีหากดัชนีปรับตัวลงต่อเนื่องในระยะสั้น
สัญญาณเตือนจากอดีต
นักวิเคราะห์เปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับวิกฤตดอตคอมในปี 2000 เนื่องจากสัดส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในดัชนี S&P 500 พุ่งสูงถึง 39% ซึ่งสูงกว่าจุดสูงสุดในปี 2000
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานด้านกำไรของบริษัทเทคโนโลยีในปัจจุบันยังคงแข็งแกร่งกว่าในอดีต โดยมีอัตราส่วนราคาต่อกำไรล่วงหน้า (Forward P/E) อยู่ที่ประมาณ 24 เท่า เทียบกับ 62 เท่าในช่วงวิกฤตปี 2000
ผลกระทบ เชิงลบ
แรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก และอาจกดดันดัชนีตลาดหุ้นในระยะสั้น
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ทิศทางดัชนี S&P 500 ใน 1-2 วันทำการ
- ความเคลื่อนไหวของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน