FRP Holdings เผยผลประกอบการ Q3/2026 รายได้รวมขยับขึ้นเล็กน้อย
ธุรกิจเหมืองแร่เติบโตเด่นชดเชยรายได้อสังหาฯ และค่าเช่าที่ชะลอตัว พร้อมเดินหน้าขยายคลังสินค้า
สรุปข่าว
FRP Holdings รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2026 มีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท 165,000 ดอลลาร์ หรือขาดทุน 0.01 ดอลลาร์ต่อหุ้น เทียบกับที่มีกำไรสุทธิ 662,000 ดอลลาร์ในปีก่อน โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 1.7% สู่ระดับ 11.0 ล้านดอลลาร์ ได้แรงหนุนจากรายได้ค่าภาคหลวงเหมืองแร่ที่เติบโต 10% ช่วยชดเชยรายได้ค่าเช่าที่ลดลง 3%
อัตราการเช่าเฉลี่ยของพอร์ตโฟลิโออาคารชุดพักอาศัยอยู่ที่ 93.0% จากจำนวน 1,827 ยูนิต แต่ NOI ตามสัดส่วนลดลง 12% เนื่องจากต้นทุนการดำเนินงานและส่วนลดค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลงานที่อ่อนแอลงในย่านวอชิงตัน ดี.ซี. ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมและพาณิชย์มีอัตราการเช่าเฉลี่ย 71.4% และมีกิจกรรมการเช่าคลังสินค้าสูงถึง 126,682 ตารางฟุต ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2021
ความคืบหน้าโครงการและแผนธุรกิจ
บริษัทกำลังเร่งพัฒนาคลังสินค้าหลายแห่งรวมพื้นที่ราว 1.0 ล้านตารางฟุต โดยคาดว่าคลังสินค้า Lakeland และ Davie จะแล้วเสร็จเกือบสมบูรณ์ในไตรมาส 4 ปี 2026 ตามด้วย Camp Lake ในไตรมาส 1 ปี 2027 ซึ่งประเมินว่าจะสร้างรายได้ NOI ประจำปีต่อปีเมื่อเข้าสู่ภาวะปกติประมาณ 12 ล้านดอลลาร์ และ FFO ประมาณ 7 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (G&A) เพิ่มขึ้น 1.0 ล้านดอลลาร์ จากต้นทุนบุคลากร ค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย และค่าใช้จ่ายในการควบรวมแพลตฟอร์ม Altman รวมถึงรายได้จากการลงทุนที่ลดลงจากอัตราดอกเบี้ยและยอดคงเหลือเงินสดที่ลดลง บริษัทมุ่งเน้นการสร้างสเกลในกลุ่มอุตสาหกรรมและนำรายได้จากการลงทุนกลับมาต่อยอดโอกาสใหม่ๆ ในอนาคต
ผลกระทบ เชิงลบ
บริษัทพลิกกลับมาขาดทุนในไตรมาสนี้ กำไรจากการดำเนินงานลดลงและค่าใช้จ่ายในการบริหารสูงขึ้นจากการควบรวมกิจการ แม้ธุรกิจเหมืองแร่จะเติบโตดีก็ตาม
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ความคืบหน้าการก่อสร้างและปล่อยเช่าคลังสินค้า Lakeland และ Davie ในไตรมาส 4 ปี 2026
- อัตราการเช่าพื้นที่พักอาศัยในวอชิงตัน ดี.ซี.
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน