JNJ เผย RYBREVANT ร่วมกับเคมีบำบัดช่วยยืดอายุผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดกลายพันธุ์ได้สูงสุด
ผลการศึกษา PAPILLON ระยะที่ 3 ยืนยัน RYBREVANT ช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิด EGFR Exon 20 insertion ได้นานเกือบ 3 ปี
สรุปข่าว
Johnson & Johnson (JNJ) รายงานผลการวิเคราะห์ระยะสุดท้ายของการทดลอง PAPILLON ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นการใช้ยา RYBREVANT ร่วมกับเคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็ก (NSCLC) ที่มีการกลายพันธุ์ของยีน EGFR Exon 20 insertion โดยพบว่าผู้ป่วยมีอัตราการรอดชีวิตโดยรวม (OS) เฉลี่ยสูงถึง 34.3 เดือน
ผลลัพธ์นี้ถือเป็นการยืดอายุผู้ป่วยได้นานกว่าการใช้เคมีบำบัดเพียงอย่างเดียวถึง 6 เดือน แม้ว่าผู้ป่วยในกลุ่มเคมีบำบัดส่วนใหญ่จะเปลี่ยนมาใช้ยา RYBREVANT ในภายหลังก็ตาม ซึ่งช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ในการรักษาผู้ป่วยกลุ่มที่เคยมีทางเลือกจำกัดและมีอัตราการรอดชีวิตต่ำ
นวัตกรรมการรักษา
RYBREVANT เป็นยาแอนติบอดีแบบ bispecific ชนิดแรกที่ออกแบบมาเพื่อมุ่งเป้าไปที่ EGFR และ MET ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตของเนื้องอกและการดื้อยา การศึกษานี้ยังแสดงให้เห็นว่าการรักษาด้วยวิธีนี้ช่วยชะลอการลุกลามของโรคได้ดีกว่าการใช้เคมีบำบัดเพียงอย่างเดียวอย่างชัดเจน
ข้อมูลความปลอดภัยในการศึกษานี้มีความสอดคล้องกับรายงานก่อนหน้า โดยไม่มีสัญญาณความปลอดภัยใหม่ที่น่ากังวล แม้จะมีการติดตามผลในระยะยาว ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้ยานี้เป็นแนวทางการรักษาหลักสำหรับผู้ป่วยมะเร็งปอดที่มีการกลายพันธุ์เฉพาะเจาะจง
ผลกระทบ เชิงบวก
ข้อมูลประสิทธิภาพที่เหนือกว่าช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับผลิตภัณฑ์ RYBREVANT ของ JNJ ในตลาดมะเร็งปอด และสนับสนุนการเป็นยาหลักสำหรับผู้ป่วยกลุ่มที่มีการกลายพันธุ์เฉพาะทาง
สิ่งที่ต้องติดตาม
- การขยายการใช้งานยาในรูปแบบฉีดใต้ผิวหนัง (RYBREVANT FASPRO)
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน