ผู้บริโภคแคนาดาแห่แบนสินค้าสหรัฐฯ กดดันห้างค้าปลีกปรับแหล่งที่มาสินค้า
กระแสชาตินิยมในแคนาดาพุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งทางการค้า ส่งผลให้ห้างค้าปลีกต้องเร่งปรับเปลี่ยนแหล่งจัดซื้อสินค้าและติดป้ายระบุแหล่งผลิตชัดเจนเพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้า
สรุปข่าว
ผู้บริโภคชาวแคนาดาหันมาสนับสนุนสินค้าในประเทศและหลีกเลี่ยงสินค้าจากสหรัฐฯ อย่างชัดเจน ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่และรายย่อยต้องปรับกลยุทธ์การจัดซื้อสินค้าใหม่ทั้งหมด
ข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่า สัดส่วนการนำเข้าผักจากสหรัฐฯ ลดลงเหลือ 62.6% ในเดือนกรกฎาคม จากระดับ 69% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยห้างค้าปลีกอย่าง Loblaw และ Metro รวมถึงร้านค้าอิสระต่างเร่งเพิ่มสัดส่วนสินค้าท้องถิ่นและสินค้าจากประเทศอื่น เช่น สเปน บราซิล และฮอนดูรัส เข้ามาทดแทนเพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ
ผลกระทบต่อต้นทุนและห่วงโซ่อุปทาน
การปรับเปลี่ยนแหล่งที่มาของสินค้าส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการดำเนินงานของร้านค้าปลีก เนื่องจากสินค้าจากแหล่งอื่นมักมีราคาสูงกว่าสินค้าจากสหรัฐฯ ที่เคยเป็นแหล่งนำเข้าหลัก
รัฐบาลแคนาดาได้ประกาศลงทุนงบประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์แคนาดาในช่วง 10 ปีข้างหน้า เพื่อสร้างโรงเรือนเพาะปลูกและเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตอาหารภายในประเทศ เพื่อลดปัญหาเงินเฟ้อด้านอาหารและสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว
ผลกระทบ เชิงลบ
การเปลี่ยนแหล่งจัดซื้อสินค้าส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานของห้างค้าปลีกสูงขึ้น และอาจกดดันอัตรากำไรในระยะสั้น นอกจากนี้ความไม่แน่นอนของความสัมพันธ์ทางการค้ายังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการวางแผนธุรกิจในอนาคต
สิ่งที่ต้องติดตาม
- สัดส่วนการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ในรายงานรายเดือน
- ความคืบหน้าการเจรจาทางการค้าระหว่างแคนาดาและสหรัฐฯ
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน