Apple เผยกำไรขั้นต้นลดลงจากต้นทุนหน่วยความจำพุ่งสูงขึ้น
Apple รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ดีกว่าคาด แต่หุ้นปรับตัวลงหลังบริษัทเตือนว่าราคาหน่วยความจำที่แพงขึ้นจะกดดันอัตรากำไรในอนาคต
สรุปข่าว
Apple รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ที่แข็งแกร่งโดยรายได้จาก iPhone และบริการสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม หุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงกว่า 2% หลังผู้บริหารระบุว่าราคาหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นจากการขยายตัวของเทคโนโลยี AI จะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสถัดไป
บริษัทคาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 1 จะอยู่ที่ 45% ถึง 46% ลดลงจาก 47.89% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจากต้นทุนหน่วยความจำที่สูงเป็นประวัติการณ์และการลงทุนใน Siri AI รวมถึงข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทานของชิปประมวลผลขั้นสูง
ผลกระทบจาก AI และห่วงโซ่อุปทาน
ผู้บริหาร Apple ยอมรับว่าความต้องการชิปสำหรับ AI กำลังสร้างแรงกดดันต่อราคาหน่วยความจำทั่วโลก ซึ่งคาดว่าจะยังคงเป็นปัญหาต่อเนื่องไปจนถึงปี 2030 ตามการประเมินของบริษัทผู้ผลิตชิปอย่าง Micron และ SK Hynix
ขณะนี้ Apple ได้เพิ่มภาระผูกพันในการจัดซื้อเพื่อการผลิตขึ้นอีก 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อรับมือกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น แม้บริษัทจะพยายามบริหารจัดการต้นทุนผ่านสินค้าคงคลังที่มีอยู่ แต่ความยืดหยุ่นในห่วงโซ่อุปทานโลกที่ลดลงยังคงเป็นความท้าทายสำคัญในการเพิ่มปริมาณสินค้าสำหรับกลุ่ม Mac และ iPad ในช่วงไตรมาสแรก
ผลกระทบ เชิงลบ
การปรับลดคาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้นเนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยลบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน แม้รายได้รวมจะยังเติบโตได้ดีก็ตาม
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน