Coca-Cola Europacific Partners เผยต้นทุนพุ่งจากความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์
บริษัทบรรจุขวดรายใหญ่ระบุว่าได้รับแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่ยังคงเป้าหมายผลประกอบการทั้งปีไว้เท่าเดิม
สรุปข่าว
Coca-Cola Europacific Partners (CCEP) ผู้ผลิตและบรรจุขวดเครื่องดื่มรายใหญ่ในยุโรปตะวันตก ออสเตรเลีย และเอเชียแปซิฟิก ยอมรับว่าบริษัทกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนจากการเมืองระหว่างประเทศที่ตึงเครียด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงาน วัตถุดิบ และค่าขนส่งทั่วโลก
แม้จะมีปัจจัยลบดังกล่าว แต่บริษัทระบุว่าธุรกิจยังคงมีความยืดหยุ่นสูงผ่านการบริหารจัดการราคา การควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทำให้บริษัทตัดสินใจคงเป้าหมายผลประกอบการตลอดทั้งปีไว้ตามเดิม
ผลประกอบการไตรมาส 3
ในไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 5.76 พันล้านยูโร หรือประมาณ 6.45 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 3.5% โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มไม่มีน้ำตาล เครื่องดื่มให้พลังงาน และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ซึ่งยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง
การบริหารความเสี่ยง
เพื่อรับมือกับความผันผวนของราคาวัตถุดิบในอนาคต CCEP ได้ดำเนินการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยง (Hedging) สำหรับความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์ไปแล้วมากกว่า 95% สำหรับปี 2026
Damian Gammell ซีอีโอของบริษัทกล่าวว่า บริษัทยังคงมีความพร้อมสำหรับปี 2027 โดยมุ่งเน้นการสร้างโอกาสในการเติบโตของมูลค่าให้แก่ลูกค้าและผู้ถือหุ้นต่อไป
ผลกระทบ เป็นกลาง
แม้บริษัทจะรายงานรายได้เติบโตและคงเป้าหมายทั้งปี แต่ราคาหุ้นปรับตัวลดลง 2.5% ในช่วงเปิดตลาด สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อแรงกดดันด้านต้นทุนที่อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะยาว
สิ่งที่ต้องติดตาม
- แนวโน้มราคาพลังงานและวัตถุดิบโลก
- ผลประกอบการรายไตรมาสถัดไป
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน