หุ้นกลุ่มชิปสหรัฐฯ ดิ่งยกแผง มูลค่าตลาดหายกว่า 3.5 ล้านล้านดอลลาร์
ราคาหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง นำโดย Intel ที่ร่วงหนักหลังคาดการณ์ผลประกอบการน่าผิดหวัง
สรุปข่าว
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงเทขายในกลุ่มผู้ผลิตชิปอย่างหนัก ส่งผลให้มูลค่าตลาดรวมของกลุ่มนี้หายไปกว่า 3.5 ล้านล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม โดย Intel เป็นหุ้นที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดหลังราคาดิ่งลงเกือบครึ่งหนึ่งจากมูลค่าเมื่อสิ้นเดือนกันยายน
การปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มชิปยังลามไปถึงบริษัทในกลุ่มหน่วยความจำและจัดเก็บข้อมูล เช่น Micron, Seagate และ Western Digital ขณะที่ Marvell ก็ปรับตัวลดลงเช่นกันแม้จะมีการประกาศเข้าซื้อกิจการ Lumentum มูลค่า 1.15 แสนล้านดอลลาร์ก็ตาม
มุมมองต่อทิศทางตลาด
นักวิเคราะห์มองว่าแรงเทขายที่รุนแรงในช่วงที่ผ่านมาอาจสะท้อนปัจจัยลบทั้งหมดไปแล้ว ซึ่งมักเป็นสัญญาณของการสร้างฐานราคา อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าช่องว่างระหว่างบริษัทที่แข็งแกร่งและบริษัทที่อ่อนแอจะขยายตัวกว้างขึ้น โดยยังคงมีความเชื่อมั่นในหุ้นผู้นำตลาดอย่าง Nvidia
ในเชิงสถิติช่วงเวลาหลังจากนี้มักเป็นช่วงที่ดีที่สุดของปีสำหรับกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ แต่ประวัติศาสตร์ในปี 2002 และ 2018 ชี้ให้เห็นว่าราคาอาจปรับตัวลดลงได้อีกราว 11% ก่อนจะฟื้นตัว นักลงทุนกำลังจับตาดูรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ของ AMD ที่จะประกาศในวันอังคารนี้
ผลกระทบ เชิงลบ
แรงเทขายในกลุ่มชิปส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีอย่างกว้างขวาง และสร้างความกังวลต่อแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในระยะสั้น
สิ่งที่ต้องติดตาม
- รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ของ AMD
- ทิศทางราคาหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์หลังการเลือกตั้งกลางเทอม
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน