ราคาน้ำมันดิบพุ่งรับความเสี่ยงความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน
ราคาน้ำมัน Brent ทะยานใกล้แตะ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซตึงเครียดและมีความเสี่ยงปะทะรอบใหม่
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดิบ ICE Brent เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 118 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 13-14% ในรอบเดือน ท่ามกลางความกังวลต่อความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังมีรายงานเหตุระเบิดที่ท่าเรือ Jask ของอิหร่านและการโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ตลาดน้ำมันเข้าสู่ภาวะผันผวนสูง ขณะที่บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่เช่น ExxonMobil และ Chevron ต่างรายงานกำไรไตรมาส 3 ที่แข็งแกร่งเกินคาด โดย ExxonMobil มีรายได้จากธุรกิจปลายน้ำ (Downstream) สูงกว่าธุรกิจต้นน้ำเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมพลังงาน
ยุโรปเริ่มระบายน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) ออกมาเพื่อบรรเทาปัญหาราคาดีเซลที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่ Saudi Aramco เริ่มเสนอขายน้ำมันดิบในราคาพิเศษให้กับผู้ซื้อในยุโรปเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางขนส่งผ่านทะเลแดงที่ได้รับผลกระทบจากกลุ่มฮูตี
ในฝั่งสหรัฐฯ บริษัท Phillips 66 ประสบปัญหาเครื่องจักรขัดข้องที่สถานีส่งออกก๊าซ LPG ทำให้เกิดความกังวลด้านอุปทาน ในขณะที่ Valero Energy ตัดสินใจเข้าซื้อโรงกลั่นน้ำมันของ LyondellBasell ในฮูสตันด้วยมูลค่า 320 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายกำลังการผลิตรับอานิสงส์จากค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูง
ผลกระทบ เป็นกลาง
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นผลดีต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน (Upstream) แต่เป็นผลเสียต่อต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมอื่นและเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในภาพรวม
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน