หุ้นสหรัฐฯ ดิ่งยกแผง รับแรงกดดันงบ Big Tech ต่ำกว่าคาด
ดัชนี Nasdaq ร่วง 2% หลัง Amazon และ Alphabet รายงานผลประกอบการน่าผิดหวัง ขณะที่ Intel ทรุดหนัก 25% จากแนวโน้มกำไรไตรมาส 4 ที่อ่อนแอ
สรุปข่าว
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงเทขายต่อเนื่องเป็นวันที่สองในวันทำการสุดท้ายของเดือน โดยดัชนี Nasdaq-100 ปรับตัวลดลง 2% ส่วนดัชนี Dow Jones และ S&P 500 ปรับตัวลงเช่นกัน นักลงทุนกังวลอย่างหนักเกี่ยวกับงบประมาณการลงทุนมหาศาลของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในโครงการ AI ที่ยังไม่สร้างผลตอบแทนชัดเจน
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีรายใหญ่ต่างรายงานผลประกอบการที่พลาดเป้า โดย Amazon ร่วงลง 7% ในช่วงก่อนเปิดตลาด ขณะที่ Alphabet ยังคงเผชิญแรงขายต่อเนื่อง นอกจากนี้ Intel ยังสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนด้วยการคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 4 ที่ต่ำกว่าเป้าหมาย ส่งผลให้ราคาหุ้นดิ่งลงถึง 25%
ปัจจัยกดดันรอบด้าน
นอกเหนือจากผลประกอบการที่น่าผิดหวัง ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังปรับตัวสูงขึ้น โดยน้ำมันดิบ Brent พุ่งแตะ 112 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI อยู่ที่ 103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดหุ้น
นักลงทุนยังคงจับตาการรายงานผลประกอบการของบริษัทพลังงานและยาในช่วงก่อนเปิดตลาด เช่น ExxonMobil, Chevron, AbbVie และ AstraZeneca ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้ทิศทางตลาดในระยะสั้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน
ผลกระทบ เชิงลบ
ความกังวลเรื่องการใช้จ่ายด้าน AI ที่สูงเกินไปของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนในวงกว้าง ประกอบกับผลประกอบการที่พลาดเป้าของหุ้นกลุ่มนำตลาดทำให้เกิดแรงเทขายต่อเนื่อง
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ผลประกอบการ ExxonMobil, Chevron, AbbVie, AstraZeneca
- ดัชนีราคาต้นทุนการจ้างงานไตรมาส 3
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน