Kroger เผยกำไรไตรมาส 2 โต 5% พร้อมปรับลดเป้ายอดขายสาขาเดิม
Kroger รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 ที่แข็งแกร่ง แต่ปรับลดคาดการณ์ยอดขายสาขาเดิมตลอดทั้งปีเนื่องจากผลกระทบจากกฎหมาย Inflation Reduction Act
สรุปข่าว
Kroger รายงานกำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้ว (Adjusted EPS) ที่ 1.09 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 971 ล้านดอลลาร์ แม้บริษัทจะทำผลงานได้ดีในด้านอีคอมเมิร์ซและธุรกิจร้านขายยา แต่ได้ปรับลดเป้าหมายยอดขายสาขาเดิม (Identical Sales) ไม่รวมน้ำมันลงเหลือ 0.2% ถึง 0.8% จากเดิมที่คาดไว้ 1.0% ถึง 2.0%
ปัจจัยหลักที่กดดันยอดขายคือผลกระทบจากกฎหมาย Inflation Reduction Act ซึ่งส่งผลลบประมาณ 140 จุดพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงยืนยันเป้าหมายกำไรจากการดำเนินงานและกระแสเงินสดอิสระตลอดทั้งปีไว้เท่าเดิม สะท้อนความเชื่อมั่นในแผนการบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงาน
เจาะลึกผลการดำเนินงาน
ยอดขายรวมในไตรมาส 2 อยู่ที่ 3.46 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 3.39 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า โดยธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีการเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 20% และกำไรจาก Kroger Precision Marketing เพิ่มขึ้น 24%
บริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีวินัย แม้จะมีแรงกดดันจากค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายด้านพนักงานที่เพิ่มขึ้น แต่ก็สามารถชดเชยได้ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในธุรกิจอีคอมเมิร์ซและการจัดหาวัตถุดิบที่ดีขึ้น
กลยุทธ์และการคืนกำไร
Kroger ยังคงมุ่งเน้นการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาวและรักษาระดับหนี้สินให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม โดยในไตรมาสที่ผ่านมาบริษัทได้เพิ่มเงินปันผลขึ้น 11% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 20
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ซื้อหุ้นคืนไปแล้ว 1 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ และรวมตั้งแต่ต้นปีซื้อคืนไปแล้ว 1.2 พันล้านดอลลาร์ โดยคาดว่าจะดำเนินการซื้อหุ้นคืนให้ครบตามกรอบวงเงิน 2 พันล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2026
ผลกระทบ เป็นกลาง
ผลประกอบการที่ออกมาดีในแง่กำไรช่วยหนุนความเชื่อมั่น แต่การปรับลดเป้ายอดขายสาขาเดิมอาจทำให้ตลาดระมัดระวังมากขึ้นในระยะสั้น
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน