จับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชี้ชะตานโยบายดอกเบี้ยเฟดสัปดาห์หน้า
ตลาดรอผลรายงานเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมท่ามกลางราคาน้ำมันพุ่งสูงและแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งจะเป็นปัจจัยตัดสินใจสำคัญในการประชุมเฟดกลางเดือนนี้
สรุปข่าว
สหรัฐฯ เตรียมเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อประจำเดือนสิงหาคม ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 3.3% จาก 3.4% ในเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อย่างมีนัยสำคัญ
สถานการณ์ราคาน้ำมันและก๊าซที่พุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ที่อาจกระตุ้นเงินเฟ้อให้กลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้งในเดือนถัดไป สร้างความกังวลให้กับตลาดและส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี
ปัจจัยชี้ขาดนโยบายดอกเบี้ย
คณะกรรมการนโยบายการเงินของ Fed ยังคงมีความเห็นแตกแยกเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 กันยายนนี้ โดยตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) รายเดือนจะเป็นตัวแปรสำคัญ หากตัวเลขออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจเป็นเหตุผลให้ Fed ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดความร้อนแรงของเศรษฐกิจ
ขณะที่เจ้าหน้าที่ Fed บางส่วนระบุว่าพร้อมจะสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยหากข้อมูลเงินเฟ้อแสดงสัญญาณชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ความไม่แน่นอนดังกล่าวทำให้นักลงทุนต้องจับตาการตัดสินใจของประธาน Fed Kevin Warsh และคณะกรรมการอย่างใกล้ชิด
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและต้นทุน
ราคาพลังงานที่สูงขึ้นไม่เพียงแต่ส่งผลต่อค่าครองชีพโดยตรง แต่ยังเริ่มส่งผ่านไปยังต้นทุนการขนส่งและสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านราคาน้ำมันดีเซลและเชื้อเพลิงอากาศยาน นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าแรงกดดันจากราคาพลังงานอาจไม่ใช่ปัจจัยชั่วคราวและอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องในวงกว้าง
นอกจากนี้ นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลและการดำเนินมาตรการทางการคลังยังเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองว่าจะส่งผลต่อทิศทางเงินเฟ้อในระยะยาวอย่างไร ท่ามกลางความพยายามของกระทรวงการคลังในการควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไม่ให้พุ่งสูงเกินไป
ผลกระทบ เป็นกลาง
ข้อมูลเงินเฟ้อเป็นตัวแปรสำคัญที่ตลาดรับรู้และคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว ผลกระทบจะขึ้นอยู่กับว่าตัวเลขจริงจะเบี่ยงเบนไปจากที่คาดการณ์ไว้มากน้อยเพียงใด ซึ่งจะส่งผลต่อความผันผวนของตลาดหุ้นและพันธบัตรในระยะสั้น
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน