เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา ตั๋วช่วยเหลือ
เศรษฐกิจ การเมือง

มกุฎราชกุมารซาอุฯ ร้องขอสหรัฐฯ โจมตีกลุ่มฮูตีในทะเลแดง แต่ถูกปฏิเสธ

มกุฎราชกุมาร Mohammed bin Salman ต่อสายตรงถึงประธานาธิบดี Trump สองครั้งเพื่อขอให้สหรัฐฯ เข้าแทรกแซงทางทหาร หลังกลุ่มฮูตีรุกคืบยึดเมืองสำคัญใกล้ช่องแคบ Bab al-Mandab

ภาพ: G.isle px. / Pexels ดูต้นทาง

สรุปข่าว

มกุฎราชกุมาร Mohammed bin Salman แห่งซาอุดีอาระเบีย ได้ติดต่อประธานาธิบดี Trump เพื่อเรียกร้องให้สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีกลุ่มฮูตีในเยเมน หลังกลุ่มดังกล่าวรุกคืบเข้าใกล้ช่องแคบ Bab al-Mandab ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและสินค้าสำคัญของโลก อย่างไรก็ตาม ฝ่ายสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะเข้าแทรกแซงทางทหารโดยตรงในขณะนี้

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเรื่องความมั่นคงในทะเลแดง โดยสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะให้การสนับสนุนด้านข่าวกรองและข้อมูลเป้าหมายแก่ซาอุดีอาระเบียแทน เพื่อรักษาเสรีภาพในการเดินเรือ โดยปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐฯ ราว 200 นายประจำการในซาอุดีอาระเบียเพื่อสนับสนุนภารกิจที่ไม่ใช่การสู้รบ

ผลกระทบต่อความมั่นคงและพลังงาน

การที่กลุ่มฮูตีเข้าควบคุมพื้นที่ใกล้ช่องแคบ Bab al-Mandab สร้างความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักในการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ความตึงเครียดนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นทันทีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

สถานการณ์นี้ถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเคยระบุเมื่อเดือนกรกฎาคมว่าสามารถจัดการกับกลุ่มฮูตีได้ด้วยตนเอง แต่ปัจจุบันกลับต้องการความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ มากขึ้น เนื่องจากความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วในเยเมน

ผลกระทบ เชิงลบ

ความขัดแย้งในทะเลแดงสร้างความไม่แน่นอนต่อราคาน้ำมันและเส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือ ซึ่งอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อต้นทุนการขนส่งและเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลก

สิ่งที่ต้องติดตาม

  • ความเคลื่อนไหวของกลุ่มฮูตีบริเวณช่องแคบ Bab al-Mandab
  • ระดับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน