มกุฎราชกุมารซาอุฯ ร้องขอสหรัฐฯ โจมตีกลุ่มฮูตีในทะเลแดง แต่ถูกปฏิเสธ
มกุฎราชกุมาร Mohammed bin Salman ต่อสายตรงถึงประธานาธิบดี Trump สองครั้งเพื่อขอให้สหรัฐฯ เข้าแทรกแซงทางทหาร หลังกลุ่มฮูตีรุกคืบยึดเมืองสำคัญใกล้ช่องแคบ Bab al-Mandab
สรุปข่าว
มกุฎราชกุมาร Mohammed bin Salman แห่งซาอุดีอาระเบีย ได้ติดต่อประธานาธิบดี Trump เพื่อเรียกร้องให้สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีกลุ่มฮูตีในเยเมน หลังกลุ่มดังกล่าวรุกคืบเข้าใกล้ช่องแคบ Bab al-Mandab ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและสินค้าสำคัญของโลก อย่างไรก็ตาม ฝ่ายสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะเข้าแทรกแซงทางทหารโดยตรงในขณะนี้
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเรื่องความมั่นคงในทะเลแดง โดยสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะให้การสนับสนุนด้านข่าวกรองและข้อมูลเป้าหมายแก่ซาอุดีอาระเบียแทน เพื่อรักษาเสรีภาพในการเดินเรือ โดยปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐฯ ราว 200 นายประจำการในซาอุดีอาระเบียเพื่อสนับสนุนภารกิจที่ไม่ใช่การสู้รบ
ผลกระทบต่อความมั่นคงและพลังงาน
การที่กลุ่มฮูตีเข้าควบคุมพื้นที่ใกล้ช่องแคบ Bab al-Mandab สร้างความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักในการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ความตึงเครียดนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นทันทีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
สถานการณ์นี้ถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเคยระบุเมื่อเดือนกรกฎาคมว่าสามารถจัดการกับกลุ่มฮูตีได้ด้วยตนเอง แต่ปัจจุบันกลับต้องการความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ มากขึ้น เนื่องจากความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วในเยเมน
ผลกระทบ เชิงลบ
ความขัดแย้งในทะเลแดงสร้างความไม่แน่นอนต่อราคาน้ำมันและเส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือ ซึ่งอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อต้นทุนการขนส่งและเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลก
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ความเคลื่อนไหวของกลุ่มฮูตีบริเวณช่องแคบ Bab al-Mandab
- ระดับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน