เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา ตั๋วช่วยเหลือ
ข่าวบริษัท เศรษฐกิจ

ยักษ์ใหญ่สินค้าอุปโภคบริโภคโลกจ่อขึ้นราคาสินค้าปีหน้า รับมือต้นทุนสงครามพุ่ง

บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารชั้นนำ อาทิ Coca-Cola, P&G และ Nestle เตรียมปรับขึ้นราคาสินค้าในปีหน้าเพื่อชดเชยต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากผลกระทบของสงคราม

ภาพ: ha ha / Pexels ดูต้นทาง

สรุปข่าว

กลุ่มบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากผลกระทบของสงครามในอิหร่าน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาพลังงาน วัตถุดิบ และค่าขนส่ง ทำให้ผู้ผลิตสินค้าตั้งแต่ผงซักฟอกไปจนถึงเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวจำเป็นต้องพิจารณาปรับขึ้นราคาสินค้าอีกครั้งในปีหน้า

สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลว่าภาวะเงินเฟ้อจะยังคงยืดเยื้อต่อไปในปีหน้า ในขณะที่ผู้บริโภคในยุโรปและอเมริกาเหนือเริ่มมีกำลังซื้อจำกัดและระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ทำให้บริษัทต่างๆ ต้องรักษาสมดุลระหว่างการปกป้องอัตรากำไรกับการรักษาฐานลูกค้าที่ไม่ต้องการจ่ายแพงขึ้น

ความท้าทายของผู้ผลิต

ผู้บริหารจากหลายบริษัทระบุว่าการปรับขึ้นราคาเป็นทางเลือกสุดท้ายที่เหลืออยู่เพื่อรับมือกับต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น โดย Procter & Gamble ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานขึ้นเป็น 1.4 พันล้านดอลลาร์ จากเดิมที่คาดไว้ 1 พันล้านดอลลาร์

ในขณะที่ Reckitt ผู้ผลิตถุงยางอนามัย Durex ได้ปรับลดคาดการณ์รายได้ประจำปีลงเนื่องจากแรงกดดันด้านต้นทุนที่สูงเกินกว่าจะแบกรับได้เพียงลำพัง ด้าน Coca-Cola ระบุว่าแรงกดดันต่อผู้บริโภคอาจลากยาวไปจนถึงปี 2027 แม้บริษัทจะมีการปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรประจำปีก็ตาม

พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

บริษัทต่างๆ เริ่มกังวลว่าการขึ้นราคาอาจถึงจุดที่ผู้บริโภคไม่สามารถรับไหวและหันไปซื้อสินค้าอื่นแทน โดย Nestle ยอมรับว่าปริมาณการขายอาจลดลงในระยะสั้นเมื่อมีการปรับขึ้นราคา ขณะที่ Lindt & Sprüngli ประสบปัญหาจากการประเมินการตอบสนองของผู้บริโภคต่อการขึ้นราคาผิดพลาดจนนำไปสู่การเปลี่ยนตัวซีอีโอ

นักวิเคราะห์มองว่าแม้ผู้บริโภคยังคงยอมจ่ายหากเห็นถึงความคุ้มค่า แต่ตลาดกำลังเข้าใกล้ขีดจำกัดสูงสุดที่ผู้ซื้อจะยอมรับได้ ซึ่งทำให้บริษัทอย่าง PepsiCo ต้องสลับไปมาระหว่างการขึ้นและลดราคาเพื่อพยุงยอดขายที่ชะลอตัว

ผลกระทบ เชิงลบ

การปรับขึ้นราคาสินค้าสะท้อนถึงต้นทุนที่สูงขึ้นซึ่งกดดันอัตรากำไรของบริษัท และอาจส่งผลลบต่อยอดขายเนื่องจากกำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนแอลง นอกจากนี้ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้ออาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาด

สิ่งที่ต้องติดตาม

  • ทิศทางเงินเฟ้อปีหน้า
  • ผลประกอบการไตรมาสถัดไปของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค

หุ้นที่เกี่ยวข้อง

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน