หุ้นกลุ่มชิปสหรัฐฯ เผชิญแรงเทขายหนัก กดดันดัชนี S&P 500 ตลอดเดือนตุลาคม
นักลงทุนโยกเงินออกจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และดาต้าเซ็นเตอร์ ไปยังหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและพลังงานแทน
สรุปข่าว
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในเดือนตุลาคมเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อหุ้นกลุ่มชิปที่เคยเป็นผู้นำตลาดถูกเทขายอย่างหนัก ส่งผลให้ดัชนี S&P 500 เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะที่หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและพลังงานกลับทำผลงานได้ดีที่สุดในรอบเกือบ 5 ปี
การสลับกลุ่มลงทุนครั้งนี้ส่งผลให้ดัชนี S&P 500 แบบถ่วงน้ำหนักเท่ากัน (Equal-weighted) มีผลตอบแทนแซงหน้าดัชนีหลัก ซึ่งถือเป็นการพลิกกลับของทิศทางตลาดที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1990 โดยนักลงทุนหันไปหาหุ้นกลุ่มดั้งเดิมแทนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI
มุมมองเชิงประวัติศาสตร์
นักวิเคราะห์จาก Carson Group ระบุว่าเหตุการณ์นี้สอดคล้องกับสถิติในอดีตช่วงปีที่มีการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งมักจะเห็นจุดต่ำสุดของตลาดในช่วงปลายเดือนตุลาคม
แม้ข้อมูลในอดีตจะชี้ว่าตลาดมักจะปรับตัวสูงขึ้นหนึ่งปีหลังการเลือกตั้ง แต่ความไม่แน่นอนในครั้งนี้ยังคงสูง เนื่องจากกลุ่ม AI ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดในปีนี้กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก
ผลกระทบ เชิงลบ
การเทขายหุ้นกลุ่มชิปและ AI ซึ่งเป็นหุ้นกลุ่มเติบโตหลักของตลาดส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนโดยรวม และอาจกดดันดัชนีตลาดในระยะสั้นหากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังไม่ฟื้นตัว
สิ่งที่ต้องติดตาม
- 3 พ.ย. วันเลือกตั้งสหรัฐฯ
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน