Noble Corporation ขาดทุนไตรมาส 3 พุ่งแตะ 117 ล้านดอลลาร์ แม้ตุนงานใหม่เพิ่ม
บริษัทขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่งรายงานผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า หลังเผชิญภาระภาษีหนักและรายได้ลดลง แต่ยังมั่นใจในยอดงานค้างรับที่สูงถึง 6.7 พันล้านดอลลาร์
สรุปข่าว
Noble Corporation รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 ขาดทุนสุทธิ 117 ล้านดอลลาร์ หรือ 0.73 ดอลลาร์ต่อหุ้น เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 21 ล้านดอลลาร์ โดยรายได้รวมลดลงเหลือ 729 ล้านดอลลาร์ จาก 798 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า
ผลประกอบการได้รับผลกระทบจากภาระภาษีเงินได้จำนวน 133 ล้านดอลลาร์ แม้บริษัทจะสามารถคว้าสัญญาขุดเจาะใหม่มูลค่ารวม 560 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ยอดงานค้างรับ (Backlog) เพิ่มขึ้นเป็น 6.7 พันล้านดอลลาร์
สถานะการดำเนินงานและสัญญาใหม่
บริษัทมีอัตราการใช้ประโยชน์จากแท่นขุดเจาะ 28 แห่ง เพิ่มขึ้นเป็น 70% จาก 67% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยมีการเซ็นสัญญาใหม่กับลูกค้ารายใหญ่ เช่น TotalEnergies, Tullow และ ConocoPhillips ในพื้นที่แอฟริกา อเมริกาใต้ และทะเลเหนือ
ผู้บริหารระบุว่าราคาค่าเช่าแท่นขุดเจาะมีแนวโน้มแข็งแกร่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเรือขุดเจาะระดับสูงที่มีราคาต่อวันสูงถึง 500,000 ดอลลาร์ บริษัทคาดการณ์ว่ากำลังการผลิตที่ทำสัญญาไว้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2027 จะเพิ่มขึ้นประมาณ 20% เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี
แนวโน้มทางการเงิน
Noble ปรับคาดการณ์รายได้ทั้งปี 2026 อยู่ที่ 2.85-2.90 พันล้านดอลลาร์ และปรับลดกรอบคาดการณ์ EBITDA ลงเหลือ 850-900 ล้านดอลลาร์ พร้อมเพิ่มงบลงทุนเป็น 680-705 ล้านดอลลาร์เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บคืนจากลูกค้าได้
แม้จะมีกระแสเงินสดอิสระติดลบ 48 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ แต่บริษัทยังคงยืนยันจ่ายเงินปันผลรายไตรมาสที่ 0.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น โดยคาดว่ากระแสเงินสดจะเริ่มฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2027 เป็นต้นไป
ผลกระทบ เชิงลบ
ผลประกอบการขาดทุนสูงกว่าที่คาดการณ์และสูงกว่าไตรมาสก่อนหน้า ประกอบกับกระแสเงินสดอิสระที่ติดลบสะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนและการดำเนินงาน แม้จะมีงานค้างรับรองรับในอนาคตก็ตาม
สิ่งที่ต้องติดตาม
- การฟื้นตัวของกระแสเงินสดในช่วงครึ่งหลังของปี 2027
- ความคืบหน้าของโครงการขุดเจาะใหม่ในแอฟริกาและทะเลเหนือ
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน