Flagstar Bank เลื่อนแผนฟื้นฟูกิจการเป็นปี 2028 หลังเผชิญพิษดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ
Flagstar Bank ปรับลดคาดการณ์กำไรปี 2026-2027 พร้อมระงับการซื้อหุ้นคืนชั่วคราว หลังแบกรับภาระสำรองหนี้เสียเพิ่มขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจ
สรุปข่าว
Flagstar Bank ประกาศเลื่อนเป้าหมายการฟื้นฟูกิจการจากเดิมปี 2027 ไปเป็นปี 2028 เนื่องจากผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงและภาวะเงินเฟ้อที่กดดันพอร์ตสินเชื่อ ธนาคารได้ปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2026 ลงเหลือ 85-95 ล้านดอลลาร์ และปี 2027 เหลือ 400-500 ล้านดอลลาร์ พร้อมเพิ่มการตั้งสำรองหนี้เสียอย่างมีนัยสำคัญ
การปรับแผนครั้งนี้ส่งผลให้ธนาคารต้องระงับโครงการซื้อหุ้นคืนชั่วคราว โดยคาดว่าจะกลับมาดำเนินการได้อีกครั้งในปี 2027 ทั้งนี้ Flagstar กำลังเร่งปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อโดยลดสัดส่วนสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบรวมกลุ่มในนิวยอร์ก และหันไปเน้นสินเชื่อภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรมมากขึ้นเพื่อสร้างการเติบโตของเงินฝาก
ความท้าทายด้านเงินฝาก
ผู้บริหารระบุว่าความสำเร็จของแผนฟื้นฟูขึ้นอยู่กับความสามารถในการดึงดูดเงินฝากในตลาดที่มีการแข่งขันสูง ธนาคารตั้งเป้าเพิ่มเงินฝากให้ได้ 800 ล้านถึง 1 พันล้านดอลลาร์ต่อไตรมาส ผ่านกลยุทธ์การผูกบริการสินเชื่อเข้ากับบัญชีเงินฝากของลูกค้า
แม้จะเผชิญความยากลำบาก แต่ธนาคารยังคงมีสินเชื่อภาคพาณิชย์ที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวกว่า 1.07 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น โดยคาดว่าสินทรัพย์รวมของธนาคารจะเติบโตถึง 9.7 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2028
ผลกระทบ เชิงลบ
การปรับลดคาดการณ์กำไรติดต่อกันหลายไตรมาสและการเลื่อนแผนฟื้นฟูออกไปสะท้อนถึงความเปราะบางของพอร์ตสินเชื่อและภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนจนราคาหุ้นปรับตัวลดลงทันที
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ตัวเลขการเติบโตของเงินฝากรายไตรมาส
- การตั้งสำรองหนี้เสียในรายงานงบการเงินถัดไป
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน