หุ้นกลุ่มชิปและเทคโนโลยีสหรัฐฯ ร่วงยกแผง หลังงบ Meta-Tesla กดดันตลาด
ดัชนีหุ้นเทคโนโลยีปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากแรงเทขายในกลุ่มผู้ผลิตชิป หลังผลประกอบการบริษัทใหญ่ไม่เป็นไปตามคาด ขณะที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน
สรุปข่าว
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบในวันพฤหัสบดี โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิปได้รับแรงกดดันอย่างหนักหลังจาก Meta และ Tesla รายงานผลประกอบการ หุ้น Meta ปรับตัวลดลง 6% ในขณะที่หุ้นกลุ่มชิปอย่าง Nvidia และ AMD ต่างปรับตัวลงตามทิศทางของดัชนีกลุ่มเทคโนโลยี (XLK)
นอกจากนี้ หุ้น Lam Research ร่วงลงถึง 10% หลังผู้บริหารเตือนถึงปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทานที่จะลากยาวไปจนถึงปี 2027 ในขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นแตะ 111 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
ปัจจัยกดดันกลุ่มชิป
แรงเทขายในกลุ่มชิปไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบริษัทใหญ่ แต่ยังลามไปถึงผู้ผลิตหน่วยความจำอย่าง Micron และ SK Hynix ซึ่งปรับตัวลดลงเช่นกัน
นักลงทุนกำลังจับตาดูผลกระทบจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่ Lam Research ระบุว่าเป็นอุปสรรคสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลต่อการผลิตชิปในระยะยาวจนถึงปี 2027
ผลกระทบ เชิงลบ
การปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและชิปซึ่งเป็นผู้นำตลาดส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนโดยรวม ประกอบกับความกังวลเรื่องห่วงโซ่อุปทานที่อาจกระทบต่อรายได้บริษัทในระยะยาว
สิ่งที่ต้องติดตาม
- สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- ปัญหาห่วงโซ่อุปทานกลุ่มชิป
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน