เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา ตั๋วช่วยเหลือ
เศรษฐกิจ การเมือง

ราคาน้ำมันยังพุ่งแม้การขนส่งเริ่มฟื้นตัว เหตุความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังสูง

ปริมาณการส่งออกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียเริ่มกลับสู่ระดับปกติ แต่ราคาน้ำมันยังคงยืนระดับสูงจากความกังวลเรื่องความปลอดภัยในการขนส่งและสต็อกน้ำมันที่ลดลงต่อเนื่อง

ภาพ: Mark Stebnicki / Pexels ดูต้นทาง

สรุปข่าว

ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบจากกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียเริ่มฟื้นตัวกลับมาใกล้เคียงระดับก่อนเกิดสงครามอิหร่าน แต่ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ยังคงปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 10% ในเดือนตุลาคม เนื่องจากต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากการใช้เส้นทางอ้อมและการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน

สต็อกน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 เหลือประมาณ 412.5 ล้านบาร์เรล ซึ่งภาวะสินค้าคงคลังที่ตึงตัวทำให้ตลาดมีความเปราะบางต่อเหตุการณ์ความไม่สงบในภูมิภาค แม้จะมีการฟื้นตัวของปริมาณการไหลเวียนของน้ำมัน แต่ความเสี่ยงจากการโจมตีเรือขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นปัจจัยหลักที่พยุงราคาน้ำมันไว้

แนวโน้มราคาน้ำมัน

นักวิเคราะห์จาก Deutsche Bank ระบุว่าหากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซคลี่คลายและปริมาณน้ำมันกลับเข้าสู่ภาวะล้นตลาด ราคาน้ำมันอาจปรับตัวลดลงสู่ระดับ 74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2027 แต่หากสงครามยืดเยื้อ ราคาอาจพุ่งสูงขึ้นไปถึง 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ในระยะสั้น ตลาดกำลังเผชิญกับวิกฤตการกลั่นน้ำมันที่ทำให้ส่วนต่างราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (Crack Spread) อยู่ในระดับสูง ประกอบกับคำสั่งอพยพเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ยิ่งตอกย้ำความกังวลว่าความขัดแย้งอาจทวีความรุนแรงขึ้นหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ

ผลกระทบ เชิงลบ

ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงเป็นปัจจัยลบต่อต้นทุนการผลิตและเงินเฟ้อทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและกำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรม

สิ่งที่ต้องติดตาม

  • สถานการณ์ความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย
  • รายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ

หุ้นที่เกี่ยวข้อง

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน