ราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม รับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลเรื่องความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่อาจทวีความรุนแรงหลังการเลือกตั้งกลางเทอม
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวสูงขึ้นทะลุ 111 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ WTI เคลื่อนไหวเหนือระดับ 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงหนุนจากความกังวลเรื่องสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ตึงเครียดขึ้น หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลเตรียมแผนรับมือการโจมตีจากอิหร่านหลังการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน
สถานการณ์ในพื้นที่ทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากซาอุดีอาระเบียรายงานเหตุโจมตีสนามบินดัมมัมและแหล่งน้ำมันของ Aramco ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อความมั่นคงของอุปทานพลังงานโลก
ผลกระทบต่อเงินเฟ้อ
ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นกำลังสร้างแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อ ซึ่งอาจบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นในปีนี้
ขณะนี้ตลาดคาดการณ์ว่า Fed อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธันวาคม แม้ว่าในการประชุมสัปดาห์หน้าตลาดส่วนใหญ่จะเชื่อว่า Fed จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมก็ตาม
ผลกระทบ เชิงลบ
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลลบต่อต้นทุนการผลิตและเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ซึ่งอาจกดดันให้ Fed ต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงหรือปรับขึ้นเพิ่มเติม
สิ่งที่ต้องติดตาม
- 3 พฤศจิกายน: การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
- การประชุม Fed สัปดาห์หน้า
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน