PG&E เผยต้นทุนรัฐยึดโครงข่ายไฟฟ้าซานฟรานซิสโกสูงถึง 2.25 หมื่นล้านดอลลาร์
PG&E ยื่นเอกสารต่อหน่วยงานกำกับดูแล ระบุการที่เมืองซานฟรานซิสโกจะเข้าซื้อโครงข่ายไฟฟ้ามีต้นทุนสูงกว่าที่ประเมินไว้มาก
สรุปข่าว
Pacific Gas and Electric Company (PCG) ยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการสาธารณูปโภคแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย (CPUC) เพื่อคัดค้านการเข้าซื้อโครงข่ายไฟฟ้าในซานฟรานซิสโกของทางการเมือง โดยระบุว่าต้นทุนที่แท้จริงอาจสูงถึง 2.25 หมื่นล้านดอลลาร์
ตัวเลขดังกล่าวรวมถึงมูลค่าตลาดของสินทรัพย์ 1.39 หมื่นล้านดอลลาร์ และค่าเสียหายจากการแยกธุรกิจอีกกว่า 8.6 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่เมืองซานฟรานซิสโกเคยประเมินไว้ที่ 3.4 พันล้านดอลลาร์อย่างมาก
ผลกระทบต่อลูกค้า
PG&E ชี้แจงว่าการแยกโครงข่ายไฟฟ้าจะส่งผลกระทบต่อลูกค้าในพื้นที่อื่นของรัฐ เนื่องจากต้องมีการลงทุนสร้างสถานีไฟฟ้าและศูนย์บริการใหม่เพื่อทดแทนส่วนที่ถูกแยกออกไป นอกจากนี้ยังรวมถึงการสูญเสียรายได้จากโครงการลดความเสี่ยงไฟป่าและโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย
บริษัทเน้นย้ำว่าการลงทุนปรับปรุงโครงข่ายในซานฟรานซิสโกปีนี้สูงถึง 370 ล้านดอลลาร์ และมีแผนลงทุนต่อเนื่องอีก 2 พันล้านดอลลาร์ใน 5 ปีข้างหน้า เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบไฟฟ้าให้ดีกว่าการเปลี่ยนมือเจ้าของ
ผลกระทบ เป็นกลาง
การยื่นเอกสารเป็นเพียงขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทและลูกค้า ซึ่งสะท้อนถึงความขัดแย้งที่ยังคงยืดเยื้อและยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน
สิ่งที่ต้องติดตาม
- การตัดสินใจของ CPUC
- ความคืบหน้าการเจรจาระหว่างเมืองและบริษัท
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน