ราคาน้ำมันดิบพุ่งแตะ 110 ดอลลาร์ กังวลความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ทรงตัวในระดับสูงจากความกังวลเหตุโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปและเอเชียปรับตัวลดลงจากความกังวลด้านเงินเฟ้อและผลตอบแทนจากการลงทุนใน AI
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดิบ Brent ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI อยู่ที่ระดับกว่า 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลเรื่องความปลอดภัยในการขนส่งพลังงานในตะวันออกกลาง หลังมีรายงานเหตุโจมตีเรือบรรทุกก๊าซ LNG นอกชายฝั่งเยเมน
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ตลาดใส่ความเสี่ยงส่วนเพิ่ม (Risk Premium) เข้าไปในราคาอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับค่าระวางเรือบรรทุกน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนพลังงานในตลาดโลกต่อเนื่อง
ผลกระทบต่อตลาดหุ้นและเศรษฐกิจ
ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดแดนลบ นำโดยดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศสที่ได้รับแรงกดดันจากปัญหาการคลังและการประท้วงในประเทศ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงอย่างหนักโดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการลงทุนมหาศาลในด้าน AI
ดัชนี Nikkei 225 ร่วงลง 1.3% และดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ปรับตัวลดลงกว่า 3.7% โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและบริษัทโครงสร้างพื้นฐาน AI เผชิญแรงเทขายอย่างหนัก ท่ามกลางความกังวลเรื่องต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นและผลตอบแทนระยะยาวที่ไม่ชัดเจน
ผลกระทบ เชิงลบ
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยลบต่อต้นทุนการผลิตและเงินเฟ้อทั่วโลก ขณะที่ความกังวลต่อผลตอบแทนในกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ส่งผลลบต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ผลประกอบการของ SpaceX, Meta และ Tesla
- สถานการณ์ความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซ
- ตัวเลขเงินเฟ้อและนโยบายอัตราดอกเบี้ย
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน