Schneider Electric ชี้ขาดแคลนน้ำเป็นความเสี่ยงใหม่ กระทบการผลิตยุโรป
ผลสำรวจพบผู้นำธุรกิจยุโรปกว่าครึ่งมองว่าปัญหาขาดแคลนน้ำจะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตภายใน 5 ปีข้างหน้า เทียบเท่าความเสี่ยงด้านไซเบอร์
สรุปข่าว
Schneider Electric เผยแพร่รายงาน The Water Crunch Report ซึ่งสำรวจผู้นำธุรกิจอุตสาหกรรมและหน่วยงานจัดการน้ำในยุโรปและสหราชอาณาจักร พบว่าปัญหาขาดแคลนน้ำกลายเป็นความเสี่ยงระดับต้นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ เทียบเท่ากับการโจมตีทางไซเบอร์และปัญหาห่วงโซ่อุปทาน
ข้อมูลระบุว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา 44% ของบริษัทได้รับผลกระทบจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น และ 52% ของผู้นำอุตสาหกรรมคาดการณ์ว่าคุณภาพหรือความพร้อมของน้ำจะเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตขององค์กรภายในปี 2031 โดยปัจจุบันมีบริษัทเพียงส่วนน้อยที่นำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้จัดการน้ำอย่างเต็มรูปแบบ แม้จะยอมรับว่าเทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพได้จริง
ช่องว่างระหว่างความตระหนักและการลงมือทำ
แม้ผู้นำธุรกิจกว่า 80% จะเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีจัดการน้ำอัจฉริยะช่วยปกป้องความต่อเนื่องทางธุรกิจได้ แต่การนำไปใช้งานจริงยังล่าช้า โดย 58% ของผู้นำอุตสาหกรรมทราบถึงประโยชน์ของเครื่องมือจำลองสถานการณ์ (Digital Twins) แต่ยังไม่ได้ติดตั้งใช้งานจริง
ในขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจเริ่มปรับตัวด้วยการเพิ่มงบลงทุนด้านประสิทธิภาพการใช้น้ำ 47% และมีการนำประเด็นความเสี่ยงเรื่องน้ำเข้าสู่การพิจารณาในระดับคณะกรรมการบริษัทมากขึ้น เพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่แห้งแล้งรุนแรงขึ้นในยุโรป
ผลกระทบ เชิงบวก
ข่าวนี้เป็นผลบวกต่อ Schneider Electric ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีจัดการน้ำอัจฉริยะ เนื่องจากความต้องการลงทุนในระบบเพื่อลดความเสี่ยงด้านน้ำของภาคอุตสาหกรรมยุโรปมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สิ่งที่ต้องติดตาม
- การลงทุนด้านเทคโนโลยีจัดการน้ำของบริษัทในยุโรป
- นโยบายการจัดการน้ำของสหภาพยุโรป
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน