หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ร่วงหนัก กังวลเงินเฟ้อพุ่งและต้นทุนการลงทุน AI
ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลดลงแรงที่สุดในรอบ 3 เดือน หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ แข็งแกร่งเกินคาด เพิ่มโอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ย
สรุปข่าว
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในวันพุธ โดยดัชนี Nasdaq ร่วงลง 1.9% และ S&P 500 ลดลง 1.1% จากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่สูงเกินคาดในเดือนกันยายน ซึ่งอาจกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนนี้
นอกจากนี้ นักลงทุนยังมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับต้นทุนการระดมทุนเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มชิป (SOX index) ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 18 เดือน
วิกฤตความเชื่อมั่นในหุ้นกู้ AI
ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการระดมทุนในโครงการ AI เริ่มถดถอยลงอย่างรวดเร็ว โดยหุ้นกู้ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI หลายแห่งปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
อัตราผลตอบแทน (Yield) ของหุ้นกู้เหล่านี้พุ่งสูงขึ้นและส่วนต่างผลตอบแทน (Spread) กว้างขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สร้างแรงกดดันต่อราคาหุ้นและเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดแรงเทขายต่อเนื่องในตลาด
ความเสี่ยงและการแทรกแซงจากภาครัฐ
มีความกังวลว่ารัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้องเข้ามาถือหุ้นในบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เพื่อความมั่นคงของชาติหรือป้องกันปัญหา 'ใหญ่เกินกว่าจะล้ม' (Too big to fail)
ข้อมูลจาก Cato Institute ระบุว่าตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2025 รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ทำข้อตกลงเข้าถือหุ้นในบริษัทเอกชนไปแล้ว 35 รายการ โดยเน้นไปที่กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และคอมพิวเตอร์ควอนตัมเป็นหลัก
ผลกระทบ เชิงลบ
ภาวะตลาดหุ้นร่วงแรงจากความกังวลเรื่องดอกเบี้ยและต้นทุนการเงินของบริษัทเทคโนโลยี ส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนในระยะสั้น
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน