เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา ตั๋วช่วยเหลือ
เศรษฐกิจ การเมือง

อิหร่านกร้าวพร้อมยกระดับความขัดแย้งตอบโต้สหรัฐฯ หลังเหตุปะทะทางทะเลรุนแรง

เจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านยืนยันพร้อมทำสงครามเต็มรูปแบบหากสหรัฐฯ ยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและเรือบรรทุกน้ำมันของประเทศต่อไป

ภาพ: Jakub Zerdzicki / Pexels ดูต้นทาง

สรุปข่าว

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเข้าสู่เดือนที่ 7 โดยไม่มีสัญญาณคลี่คลาย ล่าสุดอิหร่านประกาศพร้อมยกระดับการตอบโต้ทางทหาร หลังสหรัฐฯ ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน 5 ลำ และอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธ 20 ลูกใส่ฐานทัพในจอร์แดน

สถานการณ์ที่ตึงเครียดส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบ Brent ที่พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และปรับตัวสูงขึ้นกว่า 65% ในปีนี้ ขณะที่อิหร่านกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงด้วยอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงถึง 90% จากการถูกปิดล้อมทางทะเล

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและนโยบาย

การปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันของอิหร่านหยุดชะงักและค่าเงินเรียลอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว แม้จะมีแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหาศาล แต่ผู้นำอิหร่านยังคงเลือกที่จะเดินหน้าทำสงครามต่อไปเพราะมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความอยู่รอดของชาติ

ในฝั่งสหรัฐฯ ราคาน้ำมันดีเซลที่ทำสถิติสูงสุดสร้างแรงกดดันต่อประธานาธิบดี Donald Trump ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ โดยสหรัฐฯ พยายามหลีกเลี่ยงการทำสงครามเต็มรูปแบบเพื่อควบคุมราคาน้ำมัน แต่ยังคงใช้มาตรการบีบคั้นทางเศรษฐกิจเพื่อกดดันให้อิหร่านกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา

ผลกระทบ เชิงลบ

ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นส่งผลลบต่อตลาดพลังงานทั่วโลกและเพิ่มความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งกดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นและเพิ่มต้นทุนการผลิตจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น

สิ่งที่ต้องติดตาม

  • 3 พฤศจิกายน: การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
  • ความเคลื่อนไหวราคาน้ำมันดิบ Brent

หุ้นที่เกี่ยวข้อง

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน