งานวิจัยชี้ AI ส่วนใหญ่เน้นพยากรณ์อากาศร้อน แต่ยังขาดการนำไปใช้แก้ปัญหาจริง
ผลการศึกษาพบว่างานวิจัย AI ด้านสภาพอากาศกว่า 98% มุ่งเน้นการทำนายความเสี่ยง แต่มีเพียงส่วนน้อยที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่วางแผนรับมือหรือฟื้นฟูพื้นที่ได้จริง
สรุปข่าว
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Climate Risk Management ระบุว่า แม้ AI จะถูกนำมาใช้ทำนายความเสี่ยงจากคลื่นความร้อนมากขึ้น แต่การใช้งานส่วนใหญ่ยังจำกัดอยู่แค่การระบุพื้นที่อันตราย ข้อมูลชี้ว่างานวิจัยด้าน AI กว่า 98.4% เน้นไปที่การพยากรณ์ ขณะที่การนำข้อมูลไปใช้จริงเพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือการเตรียมพร้อมรับมือยังมีสัดส่วนต่ำมาก
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าปัญหาสำคัญคือช่องว่างระหว่างการวิจัยและการนำไปปฏิบัติจริง ซึ่งการมีข้อมูลที่แม่นยำเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการลดความเสี่ยง หน่วยงานภาครัฐจำเป็นต้องมีระบบข้อมูลที่แข็งแกร่งเพื่อเปลี่ยนการคาดการณ์ให้กลายเป็นมาตรการเชิงนโยบายที่จับต้องได้
ความเคลื่อนไหวจากภาคเอกชน
Google ได้ขยายโครงการ AI-powered Heat Resilience จากเดิม 14 เมือง ไปสู่กว่า 50 เมืองทั่วโลก โดยใช้ภาพถ่ายความละเอียดสูงและ AI ในการวิเคราะห์การสะท้อนความร้อนของหลังคาอาคาร ข้อมูลระดับรายอาคารนี้ช่วยให้ผังเมืองสามารถวางแผนรับมือความร้อนได้แม่นยำขึ้น เช่น การออกกฎหมายควบคุมวัสดุหลังคา
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยชี้ว่าข้อมูลที่ซับซ้อนอาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป สำหรับการวางแผนระยะยาว ดัชนีความเปราะบางแบบง่ายอาจมีประสิทธิภาพมากกว่า ในขณะที่อัลกอริทึมการพยากรณ์ขั้นสูงจะเหมาะสมกับเหตุการณ์ที่ต้องการการตัดสินใจแบบเรียลไทม์มากกว่า
ผลกระทบ เป็นกลาง
ข่าวนี้เป็นรายงานเชิงวิชาการเกี่ยวกับแนวโน้มการใช้เทคโนโลยี AI ในภาครัฐ ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลประกอบการของบริษัทใดบริษัทหนึ่งอย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้น
สิ่งที่ต้องติดตาม
- การพัฒนาเครื่องมือ AI เพื่อการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ของภาครัฐ
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน