ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทรงตัว จับตาราคาน้ำมันพุ่ง-เฟดขึ้นดอกเบี้ย
ดัชนีฟิวเจอร์สเคลื่อนไหวในกรอบแคบขณะที่ราคาน้ำมันดิบเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง
สรุปข่าว
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังกองทัพสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน 5 ลำ ส่งผลให้เกิดความกังวลเรื่องอุปทานพลังงานหยุดชะงัก
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนปรับเพิ่มคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า โดยล่าสุดตลาดให้โอกาส 60% ที่จะมีการปรับขึ้น 25 เบสิสพอยต์
ปัจจัยหนุนเศรษฐกิจและผลประกอบการ
ท่ามกลางความกังวลด้านเงินเฟ้อ ตลาดยังคงติดตามรายงานผลประกอบการจากบริษัทค้าปลีกอย่าง Chewy และ American Eagle Outfitters เพื่อประเมินทิศทางการใช้จ่ายของผู้บริโภค
ด้านรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ แสดงความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีความแข็งแกร่งและสามารถเติบโตได้ 3% ต่อปี ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาหนี้สาธารณะที่ทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ได้ โดยอ้างอิงจากการขยายตัวของภาคการผลิตในบริษัทต่างๆ เช่น Pepsi และ Boeing
ผลกระทบ เชิงลบ
ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นสร้างความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและต้นทุนการผลิต ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นโดยรวมและเพิ่มโอกาสที่เฟดจะดำเนินนโยบายการเงินแบบตึงตัว
สิ่งที่ต้องติดตาม
- การประชุมนโยบายการเงินของ Fed สัปดาห์หน้า
- ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI
- รายงานผลประกอบการ CHWY และ AEO
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน