ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทรงตัว จับตารายงานเงินเฟ้อและผลประกอบการธนาคารใหญ่
นักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอข้อมูลเงินเฟ้อและผลประกอบการไตรมาส 3 ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
สรุปข่าว
ดัชนีฟิวเจอร์สของตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวในกรอบแคบในวันจันทร์ ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นหลังเกิดเหตุโจมตีสนามบินในริยาด นักลงทุนกำลังจับตารายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
นอกจากนี้ สัปดาห์นี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 โดยธนาคารยักษ์ใหญ่ เช่น Wells Fargo, Goldman Sachs, Citigroup และ JPMorgan Chase มีกำหนดรายงานตัวเลขทางการเงิน ซึ่งคาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทในดัชนี S&P 500 จะเติบโตขึ้น 30.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ปัจจัยกดดันจากราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่กว่า 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ว่าประธานาธิบดี Donald Trump จะออกมากล่าวถึงข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างรัสเซียและยูเครนในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน แต่ตลาดมองว่าความขัดแย้งในพื้นที่อื่นยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงและกดดันนโยบายการเงินของ Fed
ผลกระทบ เป็นกลาง
ตลาดอยู่ในภาวะรอดูสถานการณ์ (Wait and See) จากข้อมูลเศรษฐกิจและผลประกอบการที่กำลังจะประกาศ ซึ่งจะกำหนดทิศทางของตลาดในระยะสั้น
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน