ราคาน้ำมันดิบพุ่งรับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงจากการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและสนามบินในซาอุดีอาระเบีย
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.73% อยู่ที่ 105.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้น 0.64% อยู่ที่ 92.44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ความกังวลด้านอุปทานน้ำมันโลกเพิ่มสูงขึ้นหลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนยกระดับการโจมตีสนามบินในกรุงริยาดและเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการขนส่งพลังงานผ่านภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยสหรัฐฯ กำลังพิจารณาแนวทางตอบโต้กลุ่มฮูตีร่วมกับซาอุดีอาระเบีย ท่ามกลางความตึงเครียดที่ขยายตัวจากความขัดแย้งในวงกว้าง
มุมมองนักวิเคราะห์และผลกระทบต่ออุปทาน
Goldman Sachs ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ Brent สำหรับเดือนธันวาคมขึ้นเป็น 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิมที่ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยประเมินว่าความเสี่ยงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางสร้างส่วนต่างราคา (Risk Premium) เพิ่มขึ้นกว่า 20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ในขณะเดียวกัน ผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่ อาทิ Shell, Chevron และ BP กำลังเร่งฟื้นฟูการผลิตและส่งบุคลากรกลับเข้าประจำการที่แท่นขุดเจาะในอ่าวเม็กซิโก หลังได้รับผลกระทบจากพายุเฮอริเคน Isaias ที่เพิ่งพัดขึ้นฝั่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
ผลกระทบ เชิงบวก
ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลบวกต่อรายได้และกำไรของบริษัทในกลุ่มพลังงานและสำรวจขุดเจาะน้ำมันโดยตรง อย่างไรก็ตาม ความผันผวนจากความขัดแย้งอาจส่งผลต่อต้นทุนการขนส่งและเสถียรภาพของตลาดในระยะยาว
สิ่งที่ต้องติดตาม
- สถานการณ์ความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซ
- ความคืบหน้าการฟื้นฟูการผลิตในอ่าวเม็กซิโก
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน