บูม AI หนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทิ้งห่างยุโรปชัดเจน
การลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เติบโตโดดเด่นกว่ายุโรป แม้เศรษฐกิจยุโรปจะเริ่มเห็นสัญญาณการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้บ้างแล้วก็ตาม
สรุปข่าว
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นราว 13.5% ตั้งแต่ต้นปีโดยได้รับแรงหนุนหลักจากกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ซึ่งสร้างมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นถึง 9 ล้านล้านดอลลาร์ หากตัดหุ้นกลุ่ม AI ออกไป ผลตอบแทนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะเหลือเพียง 5.5% ซึ่งใกล้เคียงกับดัชนี STOXX 600 ของยุโรปที่โต 5.6%
ความได้เปรียบของสหรัฐฯ ไม่ได้เกิดจาก AI เพียงอย่างเดียว แต่มาจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งกว่าทั้งด้านนโยบายการคลัง พลังงานราคาถูก และตลาดทุนที่คล่องตัวกว่า อย่างไรก็ตาม การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI กว่า 60% ของโลกยังคงกระจุกตัวอยู่ในสหรัฐฯ และแคนาดา ขณะที่ยุโรปมีส่วนแบ่งเพียง 10% เท่านั้น
ความเหลื่อมล้ำด้านการลงทุน
สหรัฐฯ ครองความสามารถในการประมวลผลข้อมูลทั่วโลกถึง 3 ใน 4 ส่วน ในขณะที่ยูโรโซนมีสัดส่วนเพียง 5% เท่านั้น ข้อจำกัดของยุโรปมาจากตลาดทุนที่กระจัดกระจายและการพึ่งพาสินเชื่อจากธนาคารเป็นหลัก ซึ่งทำให้การปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยีใหม่ทำได้ช้ากว่า
แม้บริษัทในยุโรปจะเริ่มจัดสรรงบลงทุน 10% ให้กับ AI ในปี 2026 แต่ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ยังคงเป็นผลพลอยได้จากการลงทุนภายนอกทวีป นอกจากนี้ยุโรปยังเผชิญกับวิกฤตพลังงานและภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองในฝรั่งเศสที่กดดันตลาดพันธบัตร
ผลกระทบ เป็นกลาง
ข้อมูลนี้เป็นการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบโครงสร้างตลาดทุนและเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจลงทุนในหุ้นรายตัวในระยะสั้น
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน