Merck เผยผลทดสอบยา Remigromig รักษาโรคจอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวาน
ผลการทดสอบทางคลินิกเฟส 2b/3 ชี้ Remigromig มีประสิทธิภาพไม่ด้อยกว่ายามาตรฐานในปัจจุบัน ช่วยเพิ่มทางเลือกใหม่ให้ผู้ป่วย
สรุปข่าว
Merck รายงานผลการทดสอบทางคลินิกเฟส 2b/3 ของยา Remigromig (MK-3000) ในการรักษาภาวะจอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวาน (DME) ที่งานประชุม American Academy of Ophthalmology 2026 โดยผลการทดสอบระบุว่ายาดังกล่าวมีประสิทธิภาพในการปรับปรุงการมองเห็นไม่ด้อยกว่ายา ranibizumab ซึ่งเป็นยามาตรฐานในปัจจุบัน
Remigromig ถือเป็นยาชีววัตถุตัวแรกที่ใช้กลไกการออกฤทธิ์ผ่านเส้นทาง Wnt เพื่อซ่อมแซมและรักษาความสมบูรณ์ของผนังกั้นเลือดและจอประสาทตา ซึ่งแตกต่างจากยาต้าน VEGF ที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน โดย Merck เตรียมหารือผลการทดสอบนี้กับหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
รายละเอียดผลการทดสอบ
ในการทดสอบ BRUNELLO ผู้ป่วยที่ได้รับยา Remigromig ทั้งสองระดับโดส (0.5 มก. และ 0.8 มก.) มีค่าเฉลี่ยการมองเห็นที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม อย่างไรก็ตาม พบอัตราการหยุดใช้ยาเนื่องจากผลข้างเคียงสูงกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ใช้ยา ranibizumab
บริษัทระบุว่าผลข้างเคียงที่พบส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับภาวะเบาหวานขึ้นจอตาชนิดรุนแรง (PDR) ซึ่งอาจเป็นผลจากความก้าวหน้าตามธรรมชาติของโรค เนื่องจากกลไกของยาเน้นการซ่อมแซมมากกว่าการยับยั้งการสร้างหลอดเลือดใหม่โดยตรง โดย Merck ยังคงเดินหน้าทดสอบยาในเฟสถัดไปผ่านการศึกษา BAROLO และโครงการอื่น ๆ ในพอร์ตโฟลิโอจักษุวิทยา
ผลกระทบ เชิงบวก
ความสำเร็จในการทดสอบยาใหม่ที่มีกลไกแตกต่างจากคู่แข่งช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายพอร์ตโฟลิโอยาในกลุ่มโรคจักษุวิทยา ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการสูงและช่วยสร้างรายได้ในระยะยาวให้กับบริษัท
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ผลการทดสอบเฟส 3 จากการศึกษา BAROLO
- การหารือกับหน่วยงานกำกับดูแลด้านยา
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน