ราคาน้ำมันชะลอตัวหลังสหรัฐฯ เลี่ยงปะทะอิหร่าน จับตาพายุถล่มอ่าวเม็กซิโก
ราคาน้ำมันดิบ Brent ย่อตัวลงเหลือ 105 ดอลลาร์ หลังสหรัฐฯ ยืนยันไม่โจมตีอิหร่านก่อนเลือกตั้งกลางเทอม ขณะที่พายุเฮอริเคน Isaias กระทบการผลิตน้ำมันในอ่าวเม็กซิโก
สรุปข่าว
สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบเริ่มคลี่คลายลงหลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะไม่มีการโจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้
อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันยังคงเผชิญกับความเสี่ยงด้านอุปทานจากพายุเฮอริเคน Isaias ซึ่งทำให้ผู้ผลิตในอ่าวเม็กซิโกต้องหยุดการผลิตน้ำมันดิบไปแล้วถึงสองในสาม หรือประมาณ 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ปัจจัยกดดันอุปทานโลก
นอกจากปัญหาพายุแล้ว ยุโรปยังเผชิญกับความกังวลเรื่องปริมาณก๊าซสำรองสำหรับฤดูหนาว ขณะที่ยูเครนได้ยกระดับความขัดแย้งด้วยการใช้โดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน Omsk ของ Gazprom Neft ในรัสเซีย
ในขณะเดียวกัน Devon Energy ได้ขายสินทรัพย์ใน Eagle Ford ให้กับ Crescent Energy มูลค่า 4.2 พันล้านดอลลาร์ เพื่อมุ่งเน้นการผลิตในแหล่ง Permian Basin แทน สะท้อนถึงการปรับพอร์ตการลงทุนของผู้ผลิตน้ำมันในสหรัฐฯ
ผลกระทบ เป็นกลาง
ราคาน้ำมันมีความผันผวนจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และภัยธรรมชาติที่หักล้างกันเอง ทำให้ทิศทางราคายังไม่ชัดเจนในระยะสั้น
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ความเสียหายจากพายุเฮอริเคน Isaias
- สถานการณ์ความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซ
- ระดับก๊าซสำรองของยุโรปในช่วงฤดูหนาว
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน