ค่าเบี้ยประกันบ้านสหรัฐฯ พุ่ง 47% ใน 5 ปี เหตุภัยธรรมชาติรุนแรงขึ้น
รายงานจาก LendingTree ระบุว่าค่าเบี้ยประกันบ้านทั่วสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในรัฐแถบมิดเวสต์และภูเขาตะวันตกจากปัญหาพายุลูกเห็บและไฟป่า
สรุปข่าว
ค่าเบี้ยประกันบ้านในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกือบ 47% ในช่วงปี 2020-2025 โดยมีสาเหตุหลักจากภัยธรรมชาติที่รุนแรงและถี่ขึ้น เช่น พายุลูกเห็บ ไฟป่า และพายุรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการเคลมประกันของบริษัทต่างๆ อย่างหนัก
รัฐที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ โคโลราโด ซึ่งมีค่าเบี้ยพุ่งสูงกว่า 100% ตามด้วยไอโอวาและมินนิโซตา โดยบริษัทประกันภัยจำเป็นต้องปรับราคาขึ้นเพื่อสะท้อนความเสี่ยงที่สูงขึ้น หลังจากที่เคยประเมินความเสี่ยงไว้ต่ำเกินไปในช่วงก่อนปี 2020
ปัจจัยกดดันและผลกระทบ
ภัยธรรมชาติที่เรียกว่า 'secondary perils' เช่น พายุลูกเห็บและไฟป่า กลายเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัทประกันต้องปรับราคาอย่างรุนแรง เนื่องจากความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยในวงกว้างและต้นทุนการก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้น
นอกจากนี้ การที่บริษัทประกันต้องจ่ายค่าเคลมมากกว่าเบี้ยที่เก็บได้ในหลายรัฐ ทำให้เกิดภาวะขาดทุนสะสมจนต้องผลักภาระมายังผู้บริโภค ขณะที่กระบวนการอนุมัติปรับขึ้นราคาของหน่วยงานกำกับดูแลในบางรัฐต้องใช้เวลานานกว่า 300 วัน ทำให้ผลกระทบทางการเงินล่าช้าแต่รุนแรง
ผลกระทบ เชิงลบ
ต้นทุนค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากเบี้ยประกันที่แพงขึ้นจะกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและอาจกดดันตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน