ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง หลังท่าทีสหรัฐฯ ผ่อนคลายความกังวลสถานการณ์อิหร่าน
ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวลดลง หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันไม่มีแผนโจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลดลง 0.7% อยู่ที่ 103.53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ลดลง 0.6% อยู่ที่ 90.97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงกดดันจากถ้อยแถลงของประธานาธิบดี Donald Trump ที่ระบุว่าสหรัฐฯ จะไม่มีการโจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้
ความกังวลด้านอุปทานในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายลง หลังมีการเจรจาที่คืบหน้าเพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานกว่า 8 เดือน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงมีความผันผวนจากสถานการณ์การขนส่งน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงผลกระทบจากพายุเฮอริเคน Isaias ที่ส่งผลต่อการผลิตน้ำมันในอ่าวเม็กซิโก
ปัจจัยกดดันและอุปทานน้ำมัน
แม้สถานการณ์ความขัดแย้งจะดูผ่อนคลายลง แต่สหรัฐฯ ยังคงเดินหน้ากดดันอิหร่านผ่านมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ โดยล่าสุดได้ประกาศคว่ำบาตรบุคคล เครือข่าย และเรือขนส่งน้ำมันรวม 17 ลำ ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีของอิหร่าน
ในด้านการผลิต สหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกกำลังเผชิญกับพายุเฮอริเคน Isaias ส่งผลให้ผู้ผลิตในอ่าวเม็กซิโกต้องระงับการผลิตน้ำมันประมาณ 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 62.9% ของกำลังการผลิตในพื้นที่ดังกล่าว ณ วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
ผลกระทบ เป็นกลาง
ราคาน้ำมันมีความผันผวนจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และภัยธรรมชาติที่หักล้างกันเอง โดยตลาดตอบรับเชิงบวกต่อท่าทีการเจรจาของสหรัฐฯ แต่อุปทานยังคงตึงตัวจากมาตรการคว่ำบาตรและผลกระทบจากพายุ
สิ่งที่ต้องติดตาม
- การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ 3 พฤศจิกายน
- ความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในอ่าวเม็กซิโกหลังพายุ
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน