Bitcoin ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลุดระดับ 8.1 หมื่นดอลลาร์
ราคา Bitcoin ร่วงลง 2.67% ในรอบ 24 ชั่วโมง ท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed
สรุปข่าว
Bitcoin เผชิญแรงเทขายอย่างหนักจนราคาลดลงมาอยู่ที่ระดับ 81,125 ดอลลาร์ ส่งผลให้กำไรที่ทำได้ในช่วงเดือนกันยายนหายไปเกือบครึ่งหนึ่ง แม้ว่าตลาดจะคาดหวังการปรับตัวขึ้นในเดือนตุลาคมหรือที่เรียกกันว่า Uptober แต่สถานการณ์จริงกลับสวนทางกับสถิติในอดีต
แรงกดดันหลักมาจากปัจจัยมหภาค ทั้งราคาน้ำมันดิบ Brent ที่พุ่งเข้าใกล้ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยังคงอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2002 ประกอบกับรายงานการประชุม Fed ที่ส่งสัญญาณถึงโอกาสการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งก่อนสิ้นปี
สัญญาณทางเทคนิคและกระแสเงินทุน
ในเชิงเทคนิค Bitcoin ยังคงรักษาแนวโน้มขาขึ้นระยะยาวไว้ได้จากเส้นค่าเฉลี่ย 50 วันที่ยังอยู่เหนือ 200 วัน แต่ดัชนี RSI ได้ปรับตัวลดลงเหลือ 45.8 ซึ่งบ่งชี้ถึงโมเมนตัมที่อ่อนแรงลง ขณะที่ความผันผวนในตลาดเริ่มบีบตัวแคบลงเตรียมรับการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่
ด้านกระแสเงินทุนใน Spot Bitcoin ETF พบการไหลออกสุทธิถึง 484.9 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 7 ตุลาคม ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน นอกจากนี้ยังเกิดการบังคับขายสถานะ (Liquidation) ในตลาดฟิวเจอร์สรวมกว่า 429 ล้านดอลลาร์ โดยส่วนใหญ่เป็นสถานะซื้อ (Long) ที่ถูกล้างพอร์ต
ผลกระทบ เชิงลบ
ราคาที่ปรับตัวลดลงพร้อมกับการไหลออกของเงินทุนใน ETF สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดลงจากปัจจัยกดดันด้านอัตราดอกเบี้ยและภาวะเศรษฐกิจมหภาค
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 82,626 ดอลลาร์
- กระแสเงินไหลเข้าออกของ ETF
- การประชุม Fed วันที่ 27-28 ตุลาคม
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน