หุ้นกลุ่มชิปปรับตัวลงต่อเนื่อง แม้ Samsung เผยกำไรไตรมาส 3 ทุบสถิติใหม่
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ย่อตัวเป็นวันที่สองท่ามกลางความกังวลจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์เผชิญแรงขาย
สรุปข่าว
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่สอง โดยได้รับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีที่พุ่งขึ้นแตะระดับ 5.32% ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมในภาคส่วนต่างๆ สูงขึ้น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิปรายใหญ่ เช่น NVIDIA และ AMD ต่างปรับตัวลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ในขณะเดียวกัน Samsung Electronics รายงานกำไรไตรมาส 3 เบื้องต้นที่ระดับ 80 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่ แต่ข่าวดีดังกล่าวไม่สามารถพยุงราคาหุ้นกลุ่มชิปในตลาดให้ฟื้นตัวได้ โดยหุ้นอย่าง Micron และ SK Hynix ต่างเคลื่อนไหวในแดนลบเช่นกัน
ปัจจัยกดดันตลาด
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ขยับเข้าใกล้ระดับ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สร้างความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงาน
นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม แต่มีแนวโน้มจะปรับขึ้นในการประชุมเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึง Bitcoin ที่ปรับตัวลงต่ำกว่า 83,000 ดอลลาร์
ผลกระทบ เชิงลบ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นและแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed เป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มเติบโตและกลุ่มเทคโนโลยีที่พึ่งพาการกู้ยืม
สิ่งที่ต้องติดตาม
- การประชุม Fed เดือนตุลาคม
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน