สหรัฐฯ จ้างเอกชนตามล่าตัวผู้อพยพที่ถูกเนรเทศ หวังทวงค่าปรับหลายร้อยล้านดอลลาร์
รัฐบาลสหรัฐฯ เดินหน้ามาตรการเข้มงวด จ้างบริษัทเอกชนติดตามทวงหนี้ค่าปรับจากผู้อพยพที่ถูกส่งตัวกลับประเทศกว่า 6.6 หมื่นราย
สรุปข่าว
สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) ได้ทำสัญญาจ้างบริษัทเอกชน 4 แห่ง เป็นมูลค่ารวมสูงสุด 36 ล้านดอลลาร์ เพื่อติดตามทวงถามค่าปรับและค่าธรรมเนียมค้างชำระจากผู้อพยพกว่า 66,300 รายที่ถูกเนรเทศออกจากสหรัฐฯ โดยยอดหนี้รวมทั้งหมดสูงถึง 423 ล้านดอลลาร์
การดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของรัฐบาล Donald Trump ที่ต้องการเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง โดยบริษัทเอกชนจะทำหน้าที่ติดตามตัวในประเทศเม็กซิโก ฮอนดูรัส และกัวเตมาลา เพื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้และรวบรวมหลักฐานทางการเงิน
ความท้าทายและข้อกังขา
การทวงหนี้ข้ามพรมแดนครั้งนี้มีความซับซ้อนสูง เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนว่าสหรัฐฯ มีอำนาจทางกฎหมายในการบังคับให้ผู้ที่ถูกเนรเทศจ่ายเงินได้หรือไม่ อีกทั้งผู้อพยพส่วนใหญ่มีฐานะยากจนและไม่มีบัญชีธนาคารในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการชำระเงินตามที่รัฐบาลกำหนด
นักกฎหมายด้านตรวจคนเข้าเมืองวิจารณ์ว่ามาตรการนี้เป็นการลงโทษที่เกินความจำเป็นและสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ที่ถูกส่งตัวกลับ โดยที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปี 2025 จนถึงกลางปี 2026 รัฐบาลสหรัฐฯ ออกใบแจ้งหนี้ค่าปรับไปแล้วกว่า 8.4 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่สามารถจัดเก็บเงินได้จริงเพียง 1.2 ล้านดอลลาร์เท่านั้น
ผลกระทบ เป็นกลาง
มาตรการนี้เป็นนโยบายด้านการเมืองและการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้อพยพและบริษัทเอกชนที่รับจ้าง แต่ไม่มีนัยสำคัญโดยตรงต่อตลาดหุ้นหรือภาคธุรกิจในวงกว้าง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน