เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา ตั๋วช่วยเหลือ
การเมือง

สหรัฐฯ จ้างเอกชนตามล่าตัวผู้อพยพที่ถูกเนรเทศ หวังทวงค่าปรับหลายร้อยล้านดอลลาร์

รัฐบาลสหรัฐฯ เดินหน้ามาตรการเข้มงวด จ้างบริษัทเอกชนติดตามทวงหนี้ค่าปรับจากผู้อพยพที่ถูกส่งตัวกลับประเทศกว่า 6.6 หมื่นราย

ภาพ: U.S. Customs and Border Protection / Wikimedia Commons (Public domain) ดูต้นทาง

สรุปข่าว

สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) ได้ทำสัญญาจ้างบริษัทเอกชน 4 แห่ง เป็นมูลค่ารวมสูงสุด 36 ล้านดอลลาร์ เพื่อติดตามทวงถามค่าปรับและค่าธรรมเนียมค้างชำระจากผู้อพยพกว่า 66,300 รายที่ถูกเนรเทศออกจากสหรัฐฯ โดยยอดหนี้รวมทั้งหมดสูงถึง 423 ล้านดอลลาร์

การดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของรัฐบาล Donald Trump ที่ต้องการเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง โดยบริษัทเอกชนจะทำหน้าที่ติดตามตัวในประเทศเม็กซิโก ฮอนดูรัส และกัวเตมาลา เพื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้และรวบรวมหลักฐานทางการเงิน

ความท้าทายและข้อกังขา

การทวงหนี้ข้ามพรมแดนครั้งนี้มีความซับซ้อนสูง เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนว่าสหรัฐฯ มีอำนาจทางกฎหมายในการบังคับให้ผู้ที่ถูกเนรเทศจ่ายเงินได้หรือไม่ อีกทั้งผู้อพยพส่วนใหญ่มีฐานะยากจนและไม่มีบัญชีธนาคารในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการชำระเงินตามที่รัฐบาลกำหนด

นักกฎหมายด้านตรวจคนเข้าเมืองวิจารณ์ว่ามาตรการนี้เป็นการลงโทษที่เกินความจำเป็นและสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ที่ถูกส่งตัวกลับ โดยที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปี 2025 จนถึงกลางปี 2026 รัฐบาลสหรัฐฯ ออกใบแจ้งหนี้ค่าปรับไปแล้วกว่า 8.4 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่สามารถจัดเก็บเงินได้จริงเพียง 1.2 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

ผลกระทบ เป็นกลาง

มาตรการนี้เป็นนโยบายด้านการเมืองและการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้อพยพและบริษัทเอกชนที่รับจ้าง แต่ไม่มีนัยสำคัญโดยตรงต่อตลาดหุ้นหรือภาคธุรกิจในวงกว้าง

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน