ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งรับแรงกดดันราคาน้ำมันพุ่ง-บอนด์ยีลด์แตะระดับสูงสุดรอบ 20 ปี
ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์สปรับตัวลดลงกว่า 500 จุด หลังความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซียหนุนราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สรุปข่าว
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงเทขายอย่างหนักในการซื้อขายล่วงหน้า โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลดลงประมาณ 500 จุด หรือ 1% ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq-100 ปรับตัวลดลงเช่นกัน
ปัจจัยกดดันหลักมาจากราคาน้ำมันดิบ Brent ที่พุ่งขึ้นกว่า 5% ทะลุระดับ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่พุ่งแตะ 5.354% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ
ผลกระทบต่อตลาดโลก
ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) กลับมาสร้างความกดดันอีกครั้ง หลังผู้ว่าการ Fed ระบุว่าอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
ตลาดหุ้นยุโรปและเอเชียต่างปรับตัวลดลงตามทิศทางตลาดสหรัฐฯ โดยดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ปรับตัวลดลงนำตลาดที่ 2.62% ขณะที่นักลงทุนกำลังจับตาการรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งคาดว่าจะมีการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง
ผลกระทบ เชิงลบ
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้น สร้างความกังวลต่อต้นทุนภาคธุรกิจและภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งกดดันบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน