ราคาน้ำมันพุ่งกว่า 5% หลังมีรายงานสหรัฐฯ พิจารณาปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน
ตลาดน้ำมันผันผวนหนักจากความกังวลด้านอุปทาน หลังมีรายงานข่าวว่าทำเนียบขาวอาจพิจารณาใช้มาตรการทางทหารก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดิบ Brent ปิดตลาดพุ่งขึ้น 5.2% อยู่ที่ 105.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้น 5.1% ปิดที่ 92.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังมีรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณาทางเลือกในการปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน
รายงานระบุว่าทำเนียบขาวได้ขอให้กระทรวงกลาโหมเตรียมแผนปฏิบัติการก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ แม้จะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทำเนียบขาว แต่ตลาดตอบรับด้วยความกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานโลก
ปัจจัยกดดันอุปทาน
ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซทวีความรุนแรงขึ้นจากการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน และการที่กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนอ้างว่าได้ใช้ขีปนาวุธโจมตีสนามบินในซาอุดีอาระเบียซ้ำหลายครั้งในสัปดาห์นี้
แม้กลุ่มประเทศ IEA จะประกาศความพร้อมในการระบายน้ำมันจากคลังสำรองยุทธศาสตร์ แต่ก็ไม่สามารถลดความกังวลของตลาดได้ โดยนักวิเคราะห์เตือนว่าหากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้รับผลกระทบ ราคาน้ำมันอาจปรับตัวสูงขึ้นได้อีก
ผลกระทบ เชิงลบ
ความขัดแย้งทางทหารที่อาจเกิดขึ้นส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงของเส้นทางขนส่งน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งจะทำให้ต้นทุนพลังงานโลกสูงขึ้นและเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน